Home » ข่าวการศึกษาไทย

Category Archives: ข่าวการศึกษาไทย

อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ นักอ่านวรรณกรรมเยาวชนต้องห้ามพลาด

หากเบื่อวรรณกรรมเยาวชนต่างประเทศแล้วอยากหาวรรณกรรมเยาวชนของไทยที่ร่วมสมัยอ่านดูเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ขอแนะนำ อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ จะพาผู้อ่านดำดิ่งสู่ความสนุกตื่นเต้นได้ไม่แพ้กัน  และยังให้ข้อคิดดีๆ อีกมากมายด้วย  

อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘

อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ เหมาะกับผู้อ่านทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่

      อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ ผู้เขียนคือ  ขุนเขา  สินธุเสน  เขจรบุตร  นักจิตวิทยา  นักคิด  และนักเขียนรุ่นใหม่ที่ทำให้วรรณกรรมไทยมีความสดใหม่น่าสนใจขึ้น เหมาะกับผู้อ่านทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ที่นิยมงานแนววิทยาศาสตร์และจิตวิทยา  (จัดว่าเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชนแนวจิตวิทยา  ปรัชญา  แฟนตาซีก็ว่าได้)

อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ เหมาะกับผู้อ่านทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่

     เรื่องราว อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ เป็นการเดินทางผจญภัยเพื่อตามล่าปีศาจร้ายทั้งแปดที่กำลังอาละวาดหนักอยู่ในอนิจจอาณาจักรของอัศวินผู้กล้านาม  อุตุ  โดยได้รับความช่วยเหลือจากนักปราชญ์ผู้แก่กล้าวิชานามว่า  ปู่ปัญญ์  ซึ่งระหว่างการเดินทางทำให้อุตุได้ทำความเข้าใจตัวเอง  ไปพร้อมกับที่ผู้อ่านได้เข้าใจตัวเองเช่นเดียวกัน…  

อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ วรรณกรรมเยาวชนที่มีข้อคิดดีๆ

  • แม้หนังสือจะหนาไปสักนิดแต่การเดินเรื่องกระชับ  แต่ละบทปูทางไปสู่บทต่อๆ ไปได้อย่างลื่นไหล  ทำให้นักอ่านหลายคนอ่านจบในวันเดียว  (แนะนำให้อ่านเกินกว่า  1  รอบ  รับประกันว่ายิ่งอ่านยิ่งได้อะไรดีๆ จากตัวอักษรตัวเดียวกัน…)
  • ความที่ผู้เขียนเป็นนักจิตวิทยาอยู่แล้ว  จึงนำความรู้ด้านนี้มาสอดแทรกในเรื่องอย่างน่าสนใจและเรียบเนียน
อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ วรรณกรรมเยาวชนที่มีข้อคิดดีๆ
  • ผู้เขียนนำเสนอการจัดการอารมณ์ด้านมืดหรือด้านลบของตนเองด้วยการใช้หลักจิตวิทยา  ปรัชญา  และคำสอนสั่งของพุทธศาสนา  ด้วยภาษาที่ค่อนข้างเข้าใจง่าย  อาจต้องใช้การวิเคราะห์ตีความบ้างในบางช่วง
  • ผู้เขียนนำอารมณ์ด้านลบต่างๆ ของมนุษย์ที่มีอยู่ในทุกคน  ได้แก่  ความโกรธ  ความเกลียดชัง  ความกลัว  ความหลงผิด  ความเศร้าหมอง  ความริษยา  ความโลภ  ความเกียจคร้าน  มาเปรียบกับปีศาจร้ายทั้งแปด  (ปีศาจแต่ละตัวมีบุคลิกและความเลวร้ายแตกต่างกันไป)  ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพอย่างชัดเจนและตระหนักว่าตัวเองก็มีปีศาจร้ายที่ต้องกำจัดเช่นกัน
อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ วรรณกรรมเยาวชนที่เนื้อหาตื่นเต้น
  • เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ได้มากกว่าความลุ้นตื่นเต้น  เพราะผู้อ่านจะรู้สึกเหมือนได้ส่องกระจกมองดูตัวเองอย่างที่อาจไม่เคยมองเห็นมาก่อน  นำมาซึ่งการพัฒนาตนเองโดยรวม
  • นอกจากจะเหมาะกับนักอ่านเยาวชนที่รู้ความแล้ว  หากนำไปอ่านให้เด็กเล็กฟังเหมือนการเล่านิทานทั่วไป  เด็กจะได้เรียนรู้เกินอายุจากการคิดด้วยตัวเองและคำอธิบายที่ง่ายๆ ของคนเป็นพ่อแม่  

ติดตามข่าวสารด้านการศึกษา ข้อมูลการเรียน ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

หากคุณกำลังติดตามข่าวการศึกษา และทุกๆปัญหาในแวดวงการศึกษาที่มีข่าวที่ทันสมัยมาส่งตรงให้คุณที่ arab-games.net เท่านั้น และในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เรามีเว็บไซต์คาสิโนยอดฮิตที่มีเกมมากมายหลายรูปแบบ เพียงคุณเข้ามาที่ gclub1688

TheBoy in the Striped Pyjamas วรรณกรรมเยาวชนที่ต้องหามาอ่าน

วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้รู้จักกันดีในชื่อภาษาอังกฤษคือ The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง ที่นักอ่านรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต้องหามาอ่าน  หากอยากรู้จักส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ในมุมมองของอดีตที่ผ่านมา…

The Boy in the  Striped Pyjamas

The Boy in the  Striped Pyjamas วรรณกรรมเยาวชนที่ไม่ควรพลาด

ประวัติคร่าวๆ ของวรรณกรรมเยาวชน The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง ที่ผู้เขียนคือ  จอห์น  บอยน์  นักเขียนอัจฉริยะที่ทำให้ผู้อ่านได้คิดมากกว่าที่เคยคิด…  มีการนำเรื่องราวไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้โลกต้องหลั่งน้ำตาให้กับ  มิตรภาพแสนงดงามของสองหนูน้อยในความโหดร้ายของสงครามและการกักขัง

The Boy in the  Striped Pyjamas วรรณกรรมเยาวชนอีกเรื่องที่ต้องอ่าน

โครงเรื่องคร่าวๆ ของเด็กชายในชุดนอนลายทาง The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง หนูน้อยบรูโน่ได้เรียนรู้ชีวิตที่มากกว่าวัยของเขาในช่วงเวลาไม่นาน  ด้วยต้องย้ายตามพ่อที่เป็นนายทหารใหญ่ไปอยู่ที่ค่ายกักกันเอาท์วิธ  ทำให้เขาได้พบกับเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันนามว่า  ชมูเอล  ผู้ซึ่งใส่ชุดนอนลายทางเหมือนๆ กับทุกคนที่อยู่นอกรั้วกั้น  ที่กั้นระหว่างบ้านของบรูโน่กับค่ายกักกันนั่นเอง  ซึ่งระหว่างรั้วลวดหนาม  ความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองค่อยๆ ก่อตัวและดำเนินไปอย่างเรียบง่ายผ่านการพูดคุยและแบ่งปันอาหาร

The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง ที่ชวนสะเทือนใจ

      ตอนอวสานของ The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง ที่ชวนสะเทือนใจเมื่อบรูโน่แอบเข้าไปในค่ายกักกันเพื่อช่วยเพื่อนของเขาตามหาพ่อที่หายไป  ซึ่งเด็กทั้งสองรวมถึงคนอื่นๆ ในค่ายกักกัน  ถูกต้อนเข้าไปในห้องรมแก๊สเพื่อสังหารหมู่…

ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรมเยาวชน The Boy in the  Striped Pyjamas

  • ผู้เขียนหยิบยกและย่อประวัติศาสตร์ของเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่  2  (ปี  ค.ศ.  1939  –  1945  หรือ  ปี  พ.ศ.  2482  –  2488)  ซึ่งนำทัพโดย  อดอล์ฟ  ฮิตเล่อร์  ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำเผด็จการที่โลกไม่มีวันลืม  นำมาผูกเรื่องได้อย่างเรียบง่ายแต่กินใจ  
  • ผู้เขียนแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางความคิดของเด็กและผู้ใหญ่  โดยบรูโน่เป็นตัวแทนของความคิดที่บริสุทธิ์และไม่แบ่งแยกมนุษย์ที่มีความแตกต่างจากตน  ส่วนพ่อของเขาเป็นตัวแทนความคิดที่ว่าคนเราไม่เท่ากันหรือแม้แต่การไม่เห็นว่าบางคนเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ  (การเหยียดเชื้อชาติ)  
ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรมเยาวชน The Boy in the  Striped Pyjamas
  • ช่วยเปิดโลกใหม่ที่สีสันอาจไม่สดใสนักแก่ผู้อ่านรุ่นเล็ก  เพราะเด็กชายในชุดนอนลายทางนำเสนอแง่มุมมิตรภาพที่สวยงามผ่านฉากอันหดหู่น่ากลัวของค่ายกักกัน  ดังนั้นอาจไม่เหมาะกับผู้อ่านใสๆ โลกสวยที่นิยมอ่านเรื่องราวเทพนิยายหรือการผจญภัยที่มักเป็นธีมหลักของวรรณกรรมเยาวชน  
  • กระตุ้นผู้อ่านไปสู่การเรียนรู้วิชาอื่นๆ  ได้แก่  ประวัติศาสตร์  สังคมศาสตร์  ภาษาศาสตร์  
  • ลวดหนามหรือกรงขังก็ไม่อาจกั้นขวางมิตรภาพที่บริสุทธิ์งดงามได้

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

การศึกษาเป็นเรื่องใหล้ตัวที่ทุกคนต้องให้ความสนใจ เพราะเรามีข้อมูลด้านการเรียนที่นำมาให้คุณได้ศึกษากัน อีกทั้งข่าวด่วนในเรื่องการศึกษาของไทย ติดตามเราได้ที่ arab-games.net และถ้าใครที่กำลังมองหารายได้เสริม ขอแนะนำ royal gclub1688 ที่เรามีโบนัสมาแจกให้คุณไม่อั้น แถมยังสมัครสมาชิกฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย!!

80วันรอบโลก วรรณกรรมเยาวชนที่ให้แง่คิดน่าสนใจมาก

80 วันรอบโลก เป็นวรรณกรรมเยาวชนอีกเล่มที่คนเป็นนักอ่านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องไม่พลาด  ด้วยผสมผสานการผจญภัยและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ  ไม่มีคำว่าอ่านแล้วง่วงอย่างแน่นอน…

80 วันรอบโลก

80 วันรอบโลก หนังสือสนุกที่พานักอ่านเที่ยวไปสุดขอบโลก

ประวัติคร่าวๆ ของวรรณกรรมเยาวชนเล่มนี้ 80 วันรอบโลก หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า  Around  The  World  In  Eighty  Days  ผู้เขียนก็คือ  ฌูล  แวร์น  ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี  ค.ศ.  1873  (พ.ศ.  2416)  นอกจากความสนุกสนานในหนังสือแล้วยังถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์อีกหลายเรื่องซึ่งโด่งดังด้วย 

80 วันรอบโลก หนังสือสนุกที่พานักอ่านเที่ยวไปสุดขอบโลก

โครงเรื่องคร่าวๆของ 80 วันรอบโลก เป็นการผจญภัยไปสุดขอบโลกตามประเทศต่างๆ ของ  ฟิเลียส  ฟอกซ์  ที่มี  ปาสปาตู  ซึ่งเป็นคนรับใช้ติดสอยห้อยตามไปด้วย  เนื่องจากฟิเลียสได้พนันกับเพื่อนของเขาว่าจะเดินทางรอบโลกให้ได้ภายในเวลาเพียง  80  วัน  โดยมีเงินเดิมพันสูงถึง  2  หมื่นปอนด์  กติกาไม่มีอะไรมาก  สามารถใช้พาหนะอะไรก็ได้เพื่อการเดินทางไม่ว่าจะเป็นรถไฟ  เรือกลไฟ  บอลลูน  ม้า  ช้าง

80 วันรอบโลก เป็นการผจญภัยไปสุดขอบโลก

      จากนั้นทั้งเจ้านายและคนรับใช้ก็ออกเดินทางไปรอบโลก  และกลับมาพร้อมกับหญิงสาวชาวอินเดียที่พวกเขาช่วยชีวิตไว้จากการถูกเผาทั้งเป็นนามว่า  อาอู  เมื่อคณะกลับมาถึงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ  ตามที่ได้นัดหมายเอาไว้  เหมือนว่าฟิเลียสจะใช้เวลาเดินทางเกินไปเพียง  5  นาที  ซึ่งตอนแรกเขาคิดว่าต้องแพ้พนันเสียแล้ว  แต่ความจริงก็คือเมื่อเดินทางข้ามเส้นแบ่งเวลาสากล  เขาดันลืมทดเวลากลับเกือบ  1  วันนั่นเอง

ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรม 80 วันรอบโลก

  • ตัวเอกของเรื่องคือฟิเลียส  ฟอกซ์  เป็นคนน่าเอาเยี่ยงอย่างตรงที่ตรงต่อเวลามากทั้งการกิน  การนอน  มีวินัยในตนเองสูง  ซึ่งนำพาเขาสู่ความสำเร็จและร่ำรวย
  • ความกล้าได้กล้าเสียและมั่นใจเปี่ยมล้นของฟิเลียสในการท้าพนันด้วยเดิมพันมหาศาล  เป็นทั้งความน่าชื่นชมและน่าเหยียดหยันของหลายคน  ซึ่งผู้อ่านควรพิจารณาเองว่าสิ่งใดควรพุ่งชน  สิ่งใดควรชั่งใจและระมัดระวัง
ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรม 80 วันรอบโลก
  • น่าทึ่งมากตรงที่ในปีที่  ฌูล  แวร์น  เขียนหนังสือเล่มนี้ยังไม่มีการประดิษฐ์รถยนต์ขึ้นมา  การเดินทางจึงค่อนข้างลำบาก  แต่ฟิเลียสตัวเอกของเรื่องเป็นคนมีพลังใจสูงมาก  สามารถฟันฝ่าอุปสรรคตามรายทางและทำเรื่องที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้อย่างการเดินทางรอบโลกภายใน  80  วันให้สำเร็จ  จึงเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนที่กำลังสิ้นหวังได้

ติดตามข่าวสารด้านการศึกษา ข้อมูลการเรียน ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

เพราะเรามีข้อมูลข่าวสารในมุมมองด้านการศึกษาที่นำมาให้คุณที่ arab-games.net และเพียงเท่านี้เรายังมีทฤษฎีของแวววงการศึกษาไทยที่ไม่อยากให้คุณพลาด….และถ้าคุณมีเวลาว่างขอแนะนำเว็บไซต์นี้เลย mm888bet ที่รวบรวมแหล่งความบันเทิงมาส่งตรงให้คุณถึงหน้าจอมือถือแล้ว

เทคนิค เรียนออนไลน์ ให้รู้สึกสนุก และมีผลการเรียนที่ดีขึ้น

เพราะเราไม่รู้ว่าสถานการณ์โรคระบาดของโควิด  – 19  จะยาวนานแค่ไหน  จะมาอีกระลอกหรือไม่  ทำให้การเรียนการสอนแบบปกติในห้องเรียนต้องเปลี่ยนมาเป็นการเรียนผ่านหน้าจออย่างการเรียนออนไลน์แทน 

ขอแนะนำ เทคนิคเรียนออนไลน์ ซึ่งเด็กหลายคนอาจจะรู้สึกว่าน่าเบื่อเมื่อเทียบกับการเรียนปกติ  ทั้งที่ความจริงแล้วเราสนุกกับการเรียนออนไลน์ได้หากรู้เทคนิค…

เทคนิคเรียนออนไลน์

เทคนิคเรียนออนไลน์ ที่ต้องจัดสรรเวลาในการเรียนให้ดี

     เทคนิคเรียนออนไลน์ ที่จะช่วยสร้างทัศนคติที่ดี และทำให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุขสนุกขึ้น  ได้แก่

  • ไม่ต้องเดินทางไปโรงเรียนแต่เช้าให้เหนื่อย 
  • ได้แต่งตัวตามใจชอบ
  • จัดสรรตารางเรียนเองได้อย่างอิสระ  เรียนเวลาไหนก็ได้ตลอด  24  ชั่วโมง
  • สนุกกับการเรียนออนไลน์ได้ทุกที่หากอุปกรณ์พร้อมไม่ว่าจะเป็น  ที่บ้าน  ในรถ  ห้างสรรพสินค้า  สถานที่ท่องเที่ยว  ฯลฯ
เทคนิคเรียนออนไลน์ ที่ต้องจัดสรรเวลาในการเรียนให้ดี
  • หากพลาดการเรียนตอนไหนก็สามารถดูย้อนได้ประหนึ่งดูซีรีย์ย้อนหลัง…
  • ความที่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนทั้งหมดในเวลาเรียน  (โชว์ภาพนิ่งหรือปิดกล้อง)  จึงช่วยสร้างความมั่นใจ  ทำให้กล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น 
  • ช่วยฝึกวินัยและความรับผิดชอบในการเรียนด้วยตัวเอง  ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นพื้นฐานของการเรียนดี

เทคนิคเรียนออนไลน์ ที่ต้อง เรียนหลายๆคน เพราะที่เราเบื่ออาจจะเป็นเพราะเรียนคนเดียว  หันหน้าไปไม่เจอใคร  ดังนั้นชวนเพื่อนมาเรียนไปพร้อมกัน  อย่างน้อยได้เจอกันบนจอบ้างก็ยังดี…  หากเรียนเสร็จแล้วยังได้พูดคุยกันในห้องแชตเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้วย

เทคนิคเรียนออนไลน์ ที่ต้องสร้างสมาธิในการเรียน

     เทคนิคเรียนออนไลน์ ที่ต้องสร้างสมาธิในการเรียนก่อน เพราะการเรียนนอกห้องเรียนอาจเกิดความวอกแวกได้  จึงควรสร้างบรรยากาศการเรียนให้เหมาะสมเพื่อสนุกกับการเรียนออนไลน์อย่างเต็มที่  ได้แก่

  • เรียนอย่างเดียว  ไม่ทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างกินขนม  ฟังเพลง  ดูทีวี  ไปพร้อมกัน
  • เรียนนอกห้องนอนดีที่สุด  จะได้ไม่ง่วง  คนในบ้านช่วยสอดส่องพฤติกรรมด้วย
  • เรียนบนโต๊ะและเก้าอี้เหมือนเรียนในห้องเรียนดีกว่าเรียนที่พื้น

เทคนิคเรียนออนไลน์ จัดเวลาให้ดี คือการจัดตารางเรียนให้เป็นเวลาเสมือนเรียนในโรงเรียน  ทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนออนไลน์กับการเรียนในห้องเรียนปกติ  ช่วยกระตุ้นตัวเองและไม่ทำให้เกิดปัญหาเรียนออนไลน์แล้วเฉื่อยแฉะอย่างที่หลายคนเป็นกัน…

เทคนิคเรียนออนไลน์ การจัดโปรแกรมตัวเอง

     เทคนิคเรียนออนไลน์ คือ การจัดโปรแกรมตัวเอง การเรียนปกติเราอาจเรียนไปเรื่อยๆ ไม่คิดอะไร  แต่การเรียนออนไลน์ให้สนุกขึ้นต้องโปรแกรมตัวเองเพื่อความท้าทายบ้าง  เช่น  วันนี้เราจะเรียนแบบตั้งใจสุดๆ  จะทบทวนบทเรียนด้วย  หรือจะลองนำความรู้ไปใช้ประโยชน์   

โปรแกรมตัวเอง ค้นคว้าหาความรู้ การเรียนออนไลน์ให้สนุกต้องไม่หยุดแค่หน้าจอ  ควรค้นคว้าหาความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดประตูสู่ความรู้ใหม่ๆ ที่นอกจากมีผลต่อการเรียนดีโดยตรงแล้ว  ยังส่งเสริมความใฝ่เรียนใฝ่รู้ด้วย

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

หากคุณสนใจในข้อมูลด้านการศึกษาไทย arab-games.net มีบทความน่ารู้เกี่ยวกับข่าวในแวดวงการศึกษาที่มีทั้งการสอบในระดับประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย และมหาลัย ที่นำมาให้คุณรู้และได้เข้าใจการศึกษามากขึ้น และถ้าคุณมองหาเว็บไซต์ที่มาสร้างความเพลิดเพลินให้คุณ 100% เพราะ mm888bet มีเกมมากมายกว่า 20 เกมที่ให้คุณได้เลือกเล่นกันได้ตลอดเวลาไม่มีสะดุดแน่นอน

ทฤษฎีหมวก6ใบ ทฤษฎีที่ใครอยากเรียนเก่งต้องรู้เอาไว้

การจะเรียนดีต้องอาศัยความคิดเป็นสำคัญ  และหากมีความคิดที่รอบด้านแล้วการเรียนย่อมมีประสิทธิภาพขึ้น ซึ่ง ทฤษฎีหมวก 6 ใบ เป็นผู้ช่วยที่ดีแก่นักเรียน  นักศึกษา  อย่างแท้จริง…

ทฤษฎีหมวก 6 ใบ

ทฤษฎีหมวก  6  ใบ ทฤษฎีอันชาญฉลาดที่มีประโยชน์ต่อผู้เรียน

     ทฤษฎีหมวก 6 ใบ เป็นทฤษฎีอันชาญฉลาดแต่ไม่ซับซ้อนและใช้งานง่ายของศาสตราจารย์ด้านการคิดนามว่า  ดร.  เอ็ดเวิร์ด  เดอ  โบ  โน  ชาวอิตาลี  โดยเขาเปรียบเทียบการคิดในมุมมองหรือรูปแบบต่างๆ กับหมวกหลากสีถึง 6 ใบด้วยกัน  (ได้แก่  สีขาว  สีแดง  สีดำ  สีเหลือง  สีเขียว  และสีน้ำเงิน)  โดยใช้วิธีดึงประสบการณ์ตรงรวมถึงความรู้เดิมของคนผู้นั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด 

ทฤษฎีหมวก 6 ใบ ทฤษฎีอันชาญฉลาดที่มีประโยชน์ต่อผู้เรียน

ประโยชน์ของทฤษฎีหมวก 6 ใบ

  • เสริมสร้างการเรียนรู้ที่ดีแก่นักเรียน  นักศึกษาโดยตรง  เนื่องจากฝึกการคิดเพิ่มเติมในมุมมองต่างๆ ที่ในบางวิชาอาจไม่เน้นหรือปิดกั้นการคิดที่อยู่นอกเหนือตำรา
  • สร้างพื้นฐานในการเปิดใจรับฟังและเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้อื่น
  • ช่วยเชื่อมโยงการเข้าใจความคิดของผู้อื่นที่บางคนอาจมีความคิดโน้มไปทางหมวกใบใดใบหนึ่งมากที่สุด  เช่น  นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ที่คิดอย่างเป็นระบบ  เน้นข้อมูลที่สามารถศึกษาวิจัยได้  ไม่เน้นการแสดงความรู้สึกหรือความคิดเห็น  (มุมมองความคิดคล้ายคลึงกับหมวกสีขาวที่สุด)    
  • ช่วยจัดระเบียบทางความคิดแก่ผู้ที่มีความคิดสับสนไม่เป็นระบบ
ประโยชน์ของทฤษฎีหมวก 6 ใบ
  • ช่วยฝึกผู้เรียนให้ตระหนักว่าการคิดมีความเป็นอิสระมาก  สามารถคิดได้หลายแง่มุม  และสิ่งที่เราคิดเป็นปกติเมื่อไม่ได้ใช้ ทฤษฎีหมวก 6 ใบ อาจไม่ถูกต้องนัก  เพราะไม่ครอบคลุมข้อมูลความจริงทั้งหมด 
  • ช่วยฝึกให้มีความคิดรอบด้านหรือมองหลายแง่มุมยิ่งขึ้น  ไม่มองสิ่งต่างๆ อย่างผิวเผิน
  • หากต้องการคิดในมุมมองเดียวหรือเพียงแง่เดียวก็สามารถทำได้อย่างเจาะจงและเต็มที่  โดยไม่มีการมองมุมอื่นมาปะปนให้เกิดความสับสน
  • หากฝึกวิธีคิดเช่นนี้โดยใช้ภาพหมวกหรือหมวกจริงๆ ที่มีสีสันต่างๆ มาเป็นอุปกรณ์  ผู้เรียนก็จะเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น  เห็นภาพอย่างชัดเจน  และรู้สึกสนุกสนานตามไปด้วย
ทฤษฎีหมวก 6 ใบ ถูกนำมาใช้ในสถานศึกษามากขึ้น

     ทฤษฎีหมวก 6 ใบ ถูกนำมาใช้ในสถานศึกษามากขึ้น  โดยมีครูผู้สอนเป็นคนคอยกระตุ้นให้นักเรียน  นักศึกษา  ใช้ความคิดอย่างเป็นระบบระเบียบ  ซึ่งครูจะเปิดโอกาสให้ได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระแล้วสังเกตพฤติกรรมในการเข้ากลุ่มของเด็กแต่ละคน  รวมถึงใช้ทฤษฎีหมวก  6  ใบนี้ดึงข้อดีของเด็กออกมา  เพื่อจะได้ทราบว่าควรส่งเสริมเขาให้ถูกทิศทางอย่างไร

ติดตามข่าวสารด้านการศึกษา ข้อมูลการเรียน ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

เว็บไซต์ที่รวบรวมทุกข้อมูลข่าวการศึกษา รวมทั้งปัญหาด้านการศึกษาที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไข และรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่มาอัพเดตให้คุณที่ arab-games.net และขอแนะนำเว็บไซต์เดิมพันที่คุณต้องลองมาสัมผัสการบริการของเราที่มีมาตรฐานและคุณภาพแบบครบรส เพียงคุณกดเข้ามาที่ สล็อตฟาโรห์ ที่เดียวเท่านั้น

อาหาร บำรุงสมอง ช่วยในเรื่องความจำสำหรับน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษา

ถ้าคุณกำลังอยู่ในวัยเรียน และต้องการเสริมการทำงานของสมอง อาหารดี ๆ ก็จะช่วยให้คุณมีสมองที่พร้อมเรียนรู้ ช่วยเรื่องความจำ และยังทำให้ลดความเครียดที่เกิดจากการเรียน

นอกจากนี้เด็กวัยเรียนที่มีอายุระหว่าง 18-20 ซึ่งจะเป็นช่วงที่จะมีความจำดีเยี่ยม ยิ่งควรเสริมด้วย อาหารบำรุงสมอง เหล่านี้

อาหารบำรุงสมอง

อาหารบำรุงสมอง ช่วยเรื่องความจำได้ดี

อาหารบำรุงสมอง อาหารชนิดแรก ก็คือ “ปลา” บำรุงสมองชั้นเยี่ยมเนื่องจากทั้งในปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็มล้วนอุดมไปด้วยโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ และการทำงานของสมอง

แต่ที่แนะนำที่สุดก็คือปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน เพราะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยเสริมสร้างและยังดูแลผนังเซลส์ประสาทของสมองให้แข็งแรง 

อาหารบำรุงสมอง หอยนางรม

อาหารบำรุงสมอง อาหารชนิดที่สอง ก็คือ “หอยนางรม” ช่วยเสริมสร้างความจำ หอยบางชนิดไม่ได้มีสารอาหารบำรุงสมองมากเหมือนอย่างหอยนางรม เพราะหอยนางรมมีทั้ง โปรตีน แมกนีเซียม ซีลีเนียม ที่ดีต่อสมองทั้งนั้น

นอกจากนี้การกินหอยนางรมเป็นประจำก็จะช่วยให้มีความจำที่ดี ช่วยลดภาวะเครียด และช่วยเสริมอารมณ์ให้เป็นปกติด้วย

อาหารบำรุงสมอง ไข่

อาหารบำรุงสมอง อาหารชนิดที่สาม ก็คือ “ไข่” ช่วยบำรุงความจำ เป็นรู้จักกันดีว่าไข่ช่วยพัฒนาระบบการทำงานของสมอง เนื่องจากพบว่าสาร “โคลิน” ในไข่ไก่จะทำหน้าที่สำคัญในการพัฒนาการทำงานของสมอง และความจำ

โดยมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ของสหรัฐอเมริกา ได้วิจัยแล้วว่าสมองของเด็กทารกที่แม่รับอาหารที่มีสารโคลิน จะมีพื้นที่สำหรับการจดจำมาก และนอกจากนี้ไข่ยังช่วยบำรุงสายตา จึงเหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องอ่านหนังสือเป็นประจำ

อาหารบำรุงสมอง แครอท

อาหารบำรุงสมอง อาหารชนิดที่สี่ ก็คือ “ใบบัวบก” ช่วยลดความเครียด ใบบัวบกมีสารสำคัญในการดูแลสมองไม่แพ้ใบแปะก้วย เพียงแต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่านั้น ซึ่งใบบัวบกนี้จะช่วยในการบำรุงความจำ เสริมเรื่องการเรียนรู้ ต่อต้านการเสื่อมของเซลล์สมอง เสริมการทำงานของสารสื่อประสาท 

และยังช่วยชะลอโรคที่เกี่ยวกับสมอง และพบว่าจะช่วยให้มีอารมณ์ที่เป็นปกติมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยลดภาวะซึมเศร้าและคลายอาการกังวลได้ด้วย

อาหารบำรุงสมอง แครอท

อาหารบำรุงสมอง อาหารชนิดที่ห้า ก็คือ “แครอท” ช่วยกระตุ้นความจำ แครอตเป็นผักที่กระตุ้นความจำได้ทันที เมื่อเรากินแครอตเข้าไปก็จะทำให้สดชื่นแจ่มใส และมีความจำที่ดีขึ้น

 เนื่องจากในแครอตมีสารที่เรียกว่า “ลูโอลิน” ที่ช่วยกระตุ้นความจำ และช่วยลดอาการบกพร่องที่เกี่ยวกับความจำด้วย

อาหารบำรุงสมอง แอปเปิ้ล

อาหารบำรุงสมอง อาหารชนิดที่หก ก็คือ “แอปเปิ้ล” ช่วยเสริมการเรียนรู้ ดังคำกล่าวที่ว่ากินแอปเปิลวันละผล ห่างไกลหมอนั้นเป็นเรื่องจริง แต่อีกเรื่องที่เรายังไม่รู้ก็คือ หากกินแอปเปิลได้ถึงวันละ 2-3 ผล

หรือน้ำคั้นแอปเปิลสด ๆ 2 แก้ว ก็จะช่วยบำรุงสมองและความจำ เนื่องจากในแอปเปิลมีสาร “อะเซทิลโคลีน” ที่จะช่วยส่งเสริมเรื่องการเรียนรู้และการจดจำ นอกจากนี้ยังช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

ข่าวแวดวงการศึกษา และทุนการศึกษาที่เราอัพเดตให้คุณผ่าน arab-games.net และยังมีข้อมูลในด้านการศึกษาที่เรานำมาให้คุณอย่างครบถ้วน และเว็บไซต์ที่รวบรวมเกมสนุกๆกว่า 20 เกม อีกทั้งเรายังมีทีมงานมาบริการคุณเป็นอย่างดี เข้ามาสมัครสมาชิกได้ที่ pg slot true wallet

สารอาหาร ช่วยบำรุงสมอง ของนักเรียนนักศึกษา ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมาก

ถ้าคุณกำลังอยู่ในวัยเรียน ควรใส่ใจและให้ความสำคัญหันมาบำรุงสมองด้วยอาหาร นอกจากจะเป็นวิธีที่ง่ายแล้ว ก็ยังมีประสิทธิภาพสูง

ขอแนะนำ สารอาหารช่วยบำรุงสมอง เนื่องจากสารอาหารที่อยู่ในอาหาร จะตรงเข้าไปหล่อเลี้ยงสมองโดยตรง แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกอาหารที่มีสารอาหารบำรุงสมองเป็นพิเศษ จึงจะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง ช่วยสร้างเซลล์ประสาทและเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง เพราะสมองต้องการสารอาหาร โดยเฉพาะเด็กในวัยเรียน ต้องการสารอาหารดี ๆ ไปหล่อเลี้ยงเนื่องจากสมองมีโครงสร้างที่ต้องการอาหารประเภท “ไขมัน”  เพื่อช่วยในการสร้างเซลล์ประสาทและเซลล์เยื่อบุผิวของสมอง

รวมทั้งยังต้องการ “โปรตีน” เพื่อสร้างสารประเภทสื่อประสาท นอกจากนี้สมองยังต้องการ “คาร์โบไฮเดรต” เพื่อใช้เป็นพลังงานสำคัญ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ  “วิตามิน” และ”เกลือแร่” เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ดังนั้นการสนใจบำรุงสมองด้วยสารอาหารดี ๆ ก็จะช่วยให้สมองได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง และส่งผลให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพอย่างที่ต้องการ

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง สารอาหารชนิดแรก ก็คือ “โปรตีน” เสริมสร้างสมอง เพราะโปรตีนจะช่วยเป็นสารสื่อระหว่างเซลล์กับเซลล์ และยังช่วยเสริมสร้างสมองในเด็ก ๆ ได้ดี

  • คุณควรกิน : ไข่ นม เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถั่วต่าง ๆ
สารอาหารช่วยบำรุงสมอง คาร์โบไฮเดรต

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่สอง ก็คือ “คาร์โบไฮเดรต” ช่วยให้พลังงานสมอง เนื่องจากสมองต้องการคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในรูปน้ำตาลกลูโคส ซึ่งสมองจะใช้เป็นแหล่งพลังงานสำคัญในการทำงาน

  • คุณควรกิน :  ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี เส้นต่าง ๆ แต่ไม่ควรเน้นพวกน้ำตาล เพราะน้ำตาลที่มากไปจะยิ่งทำให้สมองเฉื่อย ขณะที่น้ำตาลนิดหน่อยจะกระตุ้นให้สมองสดชื่นได้

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่สอง ก็คือ “ไขมัน” บำรุงการทำงานสมอง ไขมันจะช่วยสร้างเยื่อบุผิวเนื้อเยื่อสมอง และเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท

  • คุณควรกิน : น้ำมันต่าง ๆ หนังสัตว์ ไขมันที่แรกในเนื้อสัตว์ กะทิ เนย
สารอาหารช่วยบำรุงสมอง วิตามินและเกลือแร่

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่สาม ก็คือ “วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ ช่วยบำรุงสมอง” เช่น วิตามินบี 1 (ไทอามีน) สามารถช่วยในการบำรุงสมองและเซลล์ประสาท 

  • คุณควรกิน : ตับ ไข่ ข้าวโพด ธัญพืชต่าง ๆ ข้าวต่าง ๆ

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่สี่ ก็คือ วิตามินบี 5 (กรดแพนโทธินิค) วิตามินบี 5 จะช่วยถ่ายทอดสัญญาณประสาท  

  • คุณควรกิน : ไข่ ปลา นม แครอต เห็ด ผักกาดเขียว ถั่วต่าง ๆ  
สารอาหารช่วยบำรุงสมอง วิตามินบี 6

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่ห้า ก็คือ วิตามินบี 6 (ไพริด็อกซิน)  ช่วยในการทำงานของสมองโดยเฉพาะด้านความนึกคิด และยังช่วยควบคุมอารมณ์ และบรรเทาความตึงเครียดได้  

  • คุณควรกิน : เนื้อสัตว์ต่าง ๆ นม ไข่ งาดำ ถั่วต่าง ๆ โดยเฉพาะถั่วแบบฝัก

สารอาหารที่พัฒนาสมอง สารอาหารชนิดที่หก ก็คือ กรดโฟลิค (หรือวิตามินบี 9) บำรุงประสาทและสมอง  ช่วยบำรุงหลอดเลือดที่สมอง และลดความเครียดได้

  • คุณควรกิน : ตับ ผักบุ้ง ผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง แครอต ฟักทอง ส้ม
สารอาหารช่วยบำรุงสมอง วิตามินบี 12

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่เจ็ด ก็คือ วิตามินบี 12 (ไซยาโนโคบาลามีน) ช่วยบำรุงรักษาเนื้อเยื่อประสาทให้อยู่ในสาภพดี  

  • คุณควรกิน : ชีส โยเกิร์ต ไข่ นม เนื้อสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในสัตว์ปีก  

สารอาหารช่วยบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่แปด ก็คือ วิตามินอี ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือการเสื่อมของเซลล์ที่สมองได้ และยังช่วยบำรุงระบบประสาท

  • คุณควรกิน : น้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ หนังสัตว์ ถั่ว งาดำ

ติดตามข่าวสารด้านการศึกษา ข้อมูลการเรียน ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

หากคุณไม่อยากพลาดข่าวการศึกษาไทยที่มาส่งตรงอัพเดตให้คุณที่ arab-games.net และขอแนะนำเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ที่มีรูปแบบการเดิมพันง่ายๆ เราพร้อมบริการและช่วยเหลือสมาชิกและเมื่อสมัครสมาชิกแล้วก็สามารถร่วมสนุกกับเราได้ทันที เข้ามาได้ที่ ufabet777 เว็บตรง

พัฒนาการทางสมองของเด็ก ที่สมองแต่ละช่วงแตกต่างกันอย่างไร

คุณรู้ไหมว่าช่วงอายุของคุณตอนนี้ ประสิทธิภาพของสมองในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นอย่างไร อะไรที่คุณทำได้ดี และอะไรที่ยังไม่ถึงวัย ขอแนะนำ พัฒนาการทางสมองของเด็ก ในแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไรกันบ้าง ถ้าอยากรู้ตามมาดูกันเลย

พัฒนาการทางสมองของเด็ก

พัฒนาการทางสมองของเด็กวัยเรียน ที่เรียนรู้และเข้าใจภาษาได้เหมาะสมตามวัย

  • พัฒนาการทางสมองของเด็กวัยเรียนอายุ 2 ขวบ – 7 ขวบ (อนุบาล ถึงประถม)

              พัฒนาการทางสมองของเด็ก ช่วงเพิ่งเริ่มเรียนนี้ จะยังเป็นช่วงเริ่มต้น ไม่สามารถเรียนรู้เรื่องซับซ้อนได้ แต่ก็จะมีความพิเศษคือ เด็กวัยเริ่มเรียนจะมีความสามารถในการเรียนรู้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นภาษาที่ 2 หรือที่ 3 หากให้เขาได้เรียนรู้ในช่วงนี้เลยก็จะทำให้เรียนได้ไว ไม่จำเป็นต้องท่องจำ และไม่เป็นการบังคับ

พัฒนาการทางสมองของเด็ก ช่วงเพิ่งเริ่มเรียน

เพราะเด็กวัยเริ่มเรียนจะสามารถเข้าใจเรื่องธรรมชาติได้ดี เด็กวัยนี้จะเริ่มรู้เกี่ยวกับเหตุผลง่าย ๆ ที่ไม่ซับซ้อน และรับรู้เรื่องประสาทสัมผัสที่ดีมาก

  • สมองของเด็กวัยเรียนอายุ  7 ขวบ – 11 ขวบ (ประถมต้น -ประถมปลาย)

              พัฒนาการทางสมองของเด็ก วัย 7-11 ขวบ เป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนามาก สมองจึงสามารถคิดหาหนทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดี สามารถมีความคิดที่แบบรวบยอดได้ นอกจากนี้สมองก็ยังมีความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น รู้

พัฒนาการทางสมองของเด็ก วัย 7-11 ขวบ

โดยเด็กจะมีสมองที่ดี จึงสามารถมองได้หลายแง่หลายมุม หรือมองอย่างมีมิติ เรื่องเหตุผลเป็นสิ่งที่เด็กวัยนี้เข้าใจมากขึ้น และเด็กก็จะชอบเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงมากกว่า
เพราะเด็กจะวางแผนทำกิจกรรมเบื้องต้นต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง และสามารถเขียนโครงงานสั้น ๆ ได้ และสิ่งสำคัญคือ สมองของเด็กวัยประถมนี้จะมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นตัวของตัวเองแล้ว

  • สมองของเด็กวัยเรียนอายุ 11 ขวบ – 13 ปี (ประถมปลาย – มัธยมต้น)

พัฒนาการทางสมองของเด็ก ในช่วงเด็กวัยรุ่นจะมีพัฒนาการทางสมองแบบผู้ใหญ่ เช่น เด็กวัยรุ่นจะคิดเรื่องที่ค่อนข้างยาก และซับซ้อนได้ โดยมีวิจารณญาณในการตัดสินใจที่ดีขึ้น รู้จักการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และไตร่ตรองได้ดี สามารถเข้าใจเรื่องของเหตุผลได้ดี และยังรู้จักอธิบายเป็น

พัฒนาการทางสมองของเด็ก ในช่วงเด็กวัยรุ่น
  • สมองของเด็กวัยเรียนอายุ 13 ปี- 18  ปี “วัยรุ่น” (มัธยมต้น -มัธยมปลาย)

พัฒนาการทางสมองของเด็ก โดยตอนนี้เด็กจะดูใกล้เคียงผู้ใหญ่มาก เพราะสมองของเด็กพัฒนาเต็มที่ แต่ถ้าปล่อยให้เลยช่วงอายุ 13 ปีไปแล้ว การเรียนภาษาที่ 2 จะทำได้ยากขึ้น จึงทำให้มีพัฒนาการทางสมอง เช่น เด็กมัธยมจะเรียนรู้ได้ดีเหมือนผู้ใหญ่เด็กจะมีความสามารถในการอธิบาย หรือสรุปความได้ดี เข้าใจเรื่องเหตุผลได้ดีมาก และมีการคิดที่ซับซ้อน หรือวางแผนได้ดี 

พัฒนาการทางสมองของเด็ก ช่วงที่ดูใกล้เคียงผู้ใหญ่มาก
  • สมองของเด็กวัยเรียนอายุ 18 ปี – 35 ปี “วัยผู้ใหญ่” (มัธยมปลาย อุดมศึกษา วัยเริ่มทำงานเป็นต้นไป)  
พัฒนาการทางสมองของเด็ก ที่กำลังเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

พัฒนาการทางสมองของเด็ก ที่กำลังเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ จะทำให้เขามีสมองที่แตกต่างจากเด็กอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวางแผนต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะเรื่องที่มีความซับซ้อน คำว่า “มีเล่ห์เหลี่ยม” เป็นสิ่งที่เด็กวัยนี้สามารถทำได้ดี

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

เว็บไซต์รวบรวมข่าวสารการศึกษาที่ยังเป็นปัญหาในสังคม เพื่อให้เราได้รู้เท่าทันและแก้ไขร่วมกัน เพราะสังคมจะเจริญเติบโตได้ขึ้นอยู่กับความเจริญก้าวหน้าของการศึกษา และถ้าคุณอยากผ่อนคลายสมองเรามีเว็บไซต์เดิมพันสนุกๆ sharkslot ที่มีบริการอย่างครบครันตลอด 24 ชั่วโมง

Brain Gym ท่าบริหารสมองที่ช่วยลดความเครียดในเด็กวัยเรียนได้

ท่าบริหารแบบ Brain Gym เป็นท่าบริหารที่ถูกคิดค้นเพื่อคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยเรียนที่จำเป็นต้องเรียนรู้มากจนสมองเมื่อยล้า แต่การบริหารสมองแบบนี้จะช่วยให้ผ่อนคลาย และยังกระตุ้นการทำงานของสมองให้ดียิ่งขึ้น

Brain Gym

Brain Gym ถูกแบ่งออกเป็นประเภท 4 กลุ่ม

  • ท่าบริหารร่างกายแบบง่าย ๆ (Useful) เป็นท่าที่ทำได้ง่าย ๆ และช่วยให้สมองผ่อนคลาย  
  • วิธียืดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (Lengthening Movement) แบบนี้จะช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย หายจากอาการตึงเครียดของสมองส่วนหน้า และสมองส่วนหลัง   
  • วิธีเคลื่อนไหวสลับข้าง (Cross Over Movement) ช่วยในการทำงานของสมอง เพื่อส่งข้อมูลสื่อประสาทได้ดีขึ้น

วิธีเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้น (Energizing Movement) วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของกระแสประสาท ทำให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น  

Brain Gym ถูกแบ่งออกเป็นประเภท 4 กลุ่ม

เทคนิคการทำท่า Brain Gym

              หากต้องการให้ได้รับผลดีเยี่ยมในการทำท่ากายบริหารแบบ Brain Gym นี้ ก็ต้องนำเทคนิคนี้ไปใช้ให้เกิดผล เช่น

  • ขณะที่ทำต้องไม่เครียด ปล่อยวางทุกอย่างเสีย
  • ก่อนบริหารไม่ควรกินอิ่มเกินไป เพิ่งกินข้าว หรือปล่อยให้หิวเกินไปก็ไม่ดี
  • เครื่องดื่มเหล่านี้ก็ไม่ควรดื่มก่อนที่จะทำกายบริหาร เนื่องจากเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวมากเกินไป  เช่น ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มประเภทช็อกโกแลต น้ำอัดลม
  • ควรทำแต่ละท่ากายบริหารซ้ำสัก 4 – 6 ครั้งจึงจะส่งผลดี  
เทคนิคการทำท่า Brain Gym
  • สามารถบริหารทางอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องท่าเดิมไปตลอด เพียงแต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแบบนี้จะช่วยกระตุ้นสมองได้ดีกว่าทำท่าเดิม ๆ เสมอ
  • ขณะที่ทำควรจะหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ
  • ในช่วงวันที่เราทำกายบริหารแบบ “Brain Gym”นี้ ก็ควรจะดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ หรือวันละ 10 แก้ว อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ โดยให้ดื่มทีละน้อยแต่บ่อย ๆ ซึ่งจะช่วยให้ทดแทนของเหลวต่าง ๆ ที่เราสูญเสียไประหว่างวัน
  • ควรจะทำท่ากายบริหารนี้วันละ 10 – 20 นาที ก็จะส่งผลต่อสมองอย่างเห็นได้ชัด

ประโยชน์ของการบริหารท่า Brain Gym

              Brain Gym ท่าบริหารแบบไขว่ขานี้ จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของสมองส่วนหน้าและส่วนหลังได้

ประโยชน์ของการบริหารท่า Brain Gym

วิธีบริหาร

  • ให้เริ่มจากท่ายืน ปลายเท้าห่างกันนิดหน่อย
  • ให้ไขว้ขากัน โดยเริ่มจากขาขวามาอยู่หน้า และพยายามทรงตัวให้อยู่ ระหว่างนั้นก็ให้หายใจเข้าช้า ๆ แบบลึก ๆ
  • จากนั้นโน้มหรือก้มตัวลง พร้อมทั้งไขว้แขนกันด้วย
  • หายใจออกช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ยืดตัวกลับมา
  • ต่อมาให้ไขว้ขาโดยให้ขาซ้ายมาอยู่ด้านหน้า แล้วทำเช่นเดิม

ติดตามข่าวสารด้านการศึกษา ข้อมูลการเรียน ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

เพราะการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเว็บไซต์ arab-games.net มีข้อมูลดีๆด้านการศึกษา การศึกษาต่อในระดับต่างๆ และข่าวสารเรื่องการศึกษาของไทย รวบรวมไว้ให้คุณแล้วเข้ามาติดตามข้อมูลของเราได้ที่นี่ และถ้าคุณชอบเดิมพันสนุกๆ เราขอแนะนำ slotz999 เว็บไซต์ที่มีเกมให้คุณได้ร่วมสนุกมากมาย

ท่าบริหารสมองแบบ Brain Gym ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายในช่วงอ่านหนังสือสอบ

  Brain Gym คืออะไร และเกี่ยวข้องกับกับเด็กวัยเรียนอย่างไร อันที่จริงแล้ว Brain Gym ก็คือกายบริหารอย่างง่าย ๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเน้นกระตุ้นให้ใช้สมองอย่างเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้

ท่าบริหารสมองแบบ Brain Gym ช่วยเสริมสร้างการได้ยินทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น ช่วยคลายความเครียด ทำให้จิตใจสงบมีสมาธิ ลดอาการตื่นเต้นมากเกินไป กระตุ้นให้สมองทำงานได้ดี สมองจะได้รับเลือดมากยิ่งขึ้น และทำให้สมองได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง  

Brain Gym

Brain Gym ท่าบริหารสมองทั้ง 2 ซีก ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งดร. พอล เดนนิสัน นักประสาทวิทยา ชาวอเมริกัน เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา โดยคิดท่ากายบริหารนี้ 26 ท่า ซึ่งเป็นท่าบริหารที่ครอบคลุมการดูแลสมองทั้งสองซีกด้วย

Brain Gym ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน ท่าแรก ก็คือ ท่าดึงไหล่เป็นท่าที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของหลัง และไหล่ช่วงบนได้ด้วย ประโยชน์ของการบริหารสมอง ช่วยผ่อนคลายความเครียดของสมองทั้งสองส่วน หน้าและหลัง และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ 

Brain Gym ท่าบริหารสมองทั้ง 2 ซีก ได้เป็นอย่างดี

วิธีบริหารสมองในท่าดึงไหล่

  • อยู่ในท่านั่งนำมือขวามาจับที่ไหล่ซ้าย ระหว่างนั้นก็ให้หายใจเข้าช้า ๆ ขณะที่สายตาเราก็มองตามมือขวาที่กำลังดึงไหล่ซ้ายเข้ามาชิดลำตัว และเมื่อไหล่ซ้ายชิดลำตัวแล้ว ให้หันหน้าไปทางขวา
  • ขณะที่เราหันหน้าไปทางขวาให้ออกเสียงว่า “อู” แบบยาว ๆ
  • จากนั้นเปลี่ยนมาทำอีกมือ โดยทำแบบเดิม

Brain Gym ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน ท่าที่สอง ก็คือ ท่าเอียงข้อศอกแตะหัวเข่า เป็นอีกท่าที่จะช่วยในการถ่ายข้อมูลของสมองทั้งสองซีกให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Brain Gym ท่าบริหารสมองที่น่าสนใจ

วิธีบริหารสมองในท่าเอียงข้อศอกแตะหัวเข่า

  • เริ่มจากท่านั่งกับพื้น โดยให้ชันเข่าขึ้น ปลายเท้าทั้งสองยังแตะพื้น และขาทั้งสองชิดกัน
  • ให้ประสานมือทั้งสองที่ท้ายทอย
  • จากนั้นให้เอียงข้อศอกซ้ายมาแตะจนชิดเข่าขวา พอชิดแล้วก็นำข้อศอกซ้ายกลับไปยังตำแหน่งเดิม
  • ต่อมาก็ให้เอียงข้อศอกขวามาแตะจนชิดเข่าซ้าย แล้วทำเช่นเดิม โดยทำสลับกันไปเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง

Brain Gym ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน ท่าที่สาม ก็คือ ท่าปิดตา ท่านี้ควรทำก่อนการอ่านหนังสือ หรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิก็จะดีมาก เพราะจะทำให้ผ่อนคลายจากความเครียด และมีสมาธิมากขึ้น

Brain Gym ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน

 วิธีบริหารสมองในท่าปิดตา

  • ให้ใช้มือทั้งสองข้างมาปิดตาเบา ๆ ให้สนิท ขณะที่ดวงตาของเราก็ยังลืมอยู่
  • เมื่อรู้สึกว่าปิดตาจนมองไม่เห็นแล้ว และรู้สึกถึงสีดำสนิท ก็ให้นำมือออกได้
  • จากนั้นก็ปิดตาใหม่และทำเช่นนี้อีก

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

เรามีข้อมูลด้านการศึกษาที่ให้คุณได้รู้ที่ arab-games.net เพราะการศึกษาไทยมีส่วนสำคัญของเด็กในปรพเทศ เราจึงต้องนำข่าวสารดีมาอัพเดตทั้งการศึกษาในระดับประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย และมหาลัย และถ้าคุณอยู่บ้านเหงาๆ อย่าหากิจกรรมสนุกๆทำ เข้ามาที่ gclub1688 เว็บไซต์ที่รวบรวมความบันเทิงให้ได้ร่วมสนุกคุณตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวการศึกษาไทย ข้อมูลการเรียน การศึกษาต่อ กศน ปวช ปวส ปตรี ล่าสุด เว็บไซต์ข่าวการศึกษาไทย

ข่าวการศึกษาไทย ข้อมูลการเรียน ข้อมูลด้านการเรียน เรื่องราวเกี่ยวกับการสอบ การศึกษาในระบบโรงเรียน และการศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการศึกษา การจัดการเรียนการสอน และปัญหาในแวววงการศึกษาไทย รวมทั้งการจัดการเรียนการสอน

ข่าวการศึกษาไทย ข้อมูลการเรียน ในรูปแบต่างๆ arab-games ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับแนวโน้มของการศึกษา

ข่าวการศึกษาไทย และปัญหาของนักเรียนทั้งในด้านที่ส่งผลดีและผลเสียที่ทำให้สังคมไทยยังต้องมีการปรับปรุงระบบการศึกษาไทยให้ก้าวทันต่อสังคมในยุคปัจจุบัน ข่าวการศึกษาไทย และเรายังรวบรวมข่าวด้านการศึกษาต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ ข้อมูลทุนการศึกษาต่างๆ เพียงแค่คุณเข้ามาที่ ข่าวการศึกษาไทย คุณจะทราบข่าวสารด้านการศึกษาอย่างแน่นอน

ข่าวการศึกษาไทย arab-games.net300

 

Tags

Brain Gym การกล้าแสดงออก การบูลลี่ การพูด การศึกษา การศึกษาของไทย การสอบ การอ่าน การอ่านหนังสือ การเตรียมตัวสอบ การเรียน การเรียนจะไม่น่าเบื่อ การเรียนภาษา การเรียนรู้ การเรียนรู้ที่ต้องเผชิญโลกกว้าง การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ การเรียนรู้แบบ New Normal การเรียนออนไลน์ คณิตศาสตร์ ความคิด ความจำ ความรับผิดชอบ ความรู้ คอมพิวเตอร์ คุณครู ด้านการศึกษา ตำราเรียน ท่าบริหารสมอง บทเรียนนอกตำรา ประสบการณ์ ประสบความสำเร็จ มหาวิทยาลัย วรรณกรรมเยาวชน วัยเรียน วิชาที่น่าสนใจ วิชาสุดแปลก วิธีค้นหาพรสวรรค์ของเด็ก สมอง สมาธิ อารมณ์ อ่านหนังสือ เทคโนโลยี เป้าหมาย โรคซึมเศร้า โรงเรียน

ขอบคุณเพื่อนบ้าน เว็บสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ข้อมูลข่าวสารดีๆมาตลอดอย่าง http://www.alupkame.info เว็บแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก