Home » การสอบ

Category Archives: การสอบ

TheBoy in the Striped Pyjamas วรรณกรรมเยาวชนที่ต้องหามาอ่าน

วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้รู้จักกันดีในชื่อภาษาอังกฤษคือ The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง ที่นักอ่านรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต้องหามาอ่าน  หากอยากรู้จักส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ในมุมมองของอดีตที่ผ่านมา…

The Boy in the  Striped Pyjamas

The Boy in the  Striped Pyjamas วรรณกรรมเยาวชนที่ไม่ควรพลาด

ประวัติคร่าวๆ ของวรรณกรรมเยาวชน The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง ที่ผู้เขียนคือ  จอห์น  บอยน์  นักเขียนอัจฉริยะที่ทำให้ผู้อ่านได้คิดมากกว่าที่เคยคิด…  มีการนำเรื่องราวไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้โลกต้องหลั่งน้ำตาให้กับ  มิตรภาพแสนงดงามของสองหนูน้อยในความโหดร้ายของสงครามและการกักขัง

The Boy in the  Striped Pyjamas วรรณกรรมเยาวชนอีกเรื่องที่ต้องอ่าน

โครงเรื่องคร่าวๆ ของเด็กชายในชุดนอนลายทาง The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง หนูน้อยบรูโน่ได้เรียนรู้ชีวิตที่มากกว่าวัยของเขาในช่วงเวลาไม่นาน  ด้วยต้องย้ายตามพ่อที่เป็นนายทหารใหญ่ไปอยู่ที่ค่ายกักกันเอาท์วิธ  ทำให้เขาได้พบกับเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันนามว่า  ชมูเอล  ผู้ซึ่งใส่ชุดนอนลายทางเหมือนๆ กับทุกคนที่อยู่นอกรั้วกั้น  ที่กั้นระหว่างบ้านของบรูโน่กับค่ายกักกันนั่นเอง  ซึ่งระหว่างรั้วลวดหนาม  ความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองค่อยๆ ก่อตัวและดำเนินไปอย่างเรียบง่ายผ่านการพูดคุยและแบ่งปันอาหาร

The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง ที่ชวนสะเทือนใจ

      ตอนอวสานของ The Boy in the  Striped Pyjamas เด็กชายในชุดนอนลายทาง ที่ชวนสะเทือนใจเมื่อบรูโน่แอบเข้าไปในค่ายกักกันเพื่อช่วยเพื่อนของเขาตามหาพ่อที่หายไป  ซึ่งเด็กทั้งสองรวมถึงคนอื่นๆ ในค่ายกักกัน  ถูกต้อนเข้าไปในห้องรมแก๊สเพื่อสังหารหมู่…

ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรมเยาวชน The Boy in the  Striped Pyjamas

  • ผู้เขียนหยิบยกและย่อประวัติศาสตร์ของเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่  2  (ปี  ค.ศ.  1939  –  1945  หรือ  ปี  พ.ศ.  2482  –  2488)  ซึ่งนำทัพโดย  อดอล์ฟ  ฮิตเล่อร์  ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำเผด็จการที่โลกไม่มีวันลืม  นำมาผูกเรื่องได้อย่างเรียบง่ายแต่กินใจ  
  • ผู้เขียนแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางความคิดของเด็กและผู้ใหญ่  โดยบรูโน่เป็นตัวแทนของความคิดที่บริสุทธิ์และไม่แบ่งแยกมนุษย์ที่มีความแตกต่างจากตน  ส่วนพ่อของเขาเป็นตัวแทนความคิดที่ว่าคนเราไม่เท่ากันหรือแม้แต่การไม่เห็นว่าบางคนเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ  (การเหยียดเชื้อชาติ)  
ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรมเยาวชน The Boy in the  Striped Pyjamas
  • ช่วยเปิดโลกใหม่ที่สีสันอาจไม่สดใสนักแก่ผู้อ่านรุ่นเล็ก  เพราะเด็กชายในชุดนอนลายทางนำเสนอแง่มุมมิตรภาพที่สวยงามผ่านฉากอันหดหู่น่ากลัวของค่ายกักกัน  ดังนั้นอาจไม่เหมาะกับผู้อ่านใสๆ โลกสวยที่นิยมอ่านเรื่องราวเทพนิยายหรือการผจญภัยที่มักเป็นธีมหลักของวรรณกรรมเยาวชน  
  • กระตุ้นผู้อ่านไปสู่การเรียนรู้วิชาอื่นๆ  ได้แก่  ประวัติศาสตร์  สังคมศาสตร์  ภาษาศาสตร์  
  • ลวดหนามหรือกรงขังก็ไม่อาจกั้นขวางมิตรภาพที่บริสุทธิ์งดงามได้

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

การศึกษาเป็นเรื่องใหล้ตัวที่ทุกคนต้องให้ความสนใจ เพราะเรามีข้อมูลด้านการเรียนที่นำมาให้คุณได้ศึกษากัน อีกทั้งข่าวด่วนในเรื่องการศึกษาของไทย ติดตามเราได้ที่ arab-games.net และถ้าใครที่กำลังมองหารายได้เสริม ขอแนะนำ royal gclub1688 ที่เรามีโบนัสมาแจกให้คุณไม่อั้น แถมยังสมัครสมาชิกฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย!!

80วันรอบโลก วรรณกรรมเยาวชนที่ให้แง่คิดน่าสนใจมาก

80 วันรอบโลก เป็นวรรณกรรมเยาวชนอีกเล่มที่คนเป็นนักอ่านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องไม่พลาด  ด้วยผสมผสานการผจญภัยและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ  ไม่มีคำว่าอ่านแล้วง่วงอย่างแน่นอน…

80 วันรอบโลก

80 วันรอบโลก หนังสือสนุกที่พานักอ่านเที่ยวไปสุดขอบโลก

ประวัติคร่าวๆ ของวรรณกรรมเยาวชนเล่มนี้ 80 วันรอบโลก หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า  Around  The  World  In  Eighty  Days  ผู้เขียนก็คือ  ฌูล  แวร์น  ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี  ค.ศ.  1873  (พ.ศ.  2416)  นอกจากความสนุกสนานในหนังสือแล้วยังถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์อีกหลายเรื่องซึ่งโด่งดังด้วย 

80 วันรอบโลก หนังสือสนุกที่พานักอ่านเที่ยวไปสุดขอบโลก

โครงเรื่องคร่าวๆของ 80 วันรอบโลก เป็นการผจญภัยไปสุดขอบโลกตามประเทศต่างๆ ของ  ฟิเลียส  ฟอกซ์  ที่มี  ปาสปาตู  ซึ่งเป็นคนรับใช้ติดสอยห้อยตามไปด้วย  เนื่องจากฟิเลียสได้พนันกับเพื่อนของเขาว่าจะเดินทางรอบโลกให้ได้ภายในเวลาเพียง  80  วัน  โดยมีเงินเดิมพันสูงถึง  2  หมื่นปอนด์  กติกาไม่มีอะไรมาก  สามารถใช้พาหนะอะไรก็ได้เพื่อการเดินทางไม่ว่าจะเป็นรถไฟ  เรือกลไฟ  บอลลูน  ม้า  ช้าง

80 วันรอบโลก เป็นการผจญภัยไปสุดขอบโลก

      จากนั้นทั้งเจ้านายและคนรับใช้ก็ออกเดินทางไปรอบโลก  และกลับมาพร้อมกับหญิงสาวชาวอินเดียที่พวกเขาช่วยชีวิตไว้จากการถูกเผาทั้งเป็นนามว่า  อาอู  เมื่อคณะกลับมาถึงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ  ตามที่ได้นัดหมายเอาไว้  เหมือนว่าฟิเลียสจะใช้เวลาเดินทางเกินไปเพียง  5  นาที  ซึ่งตอนแรกเขาคิดว่าต้องแพ้พนันเสียแล้ว  แต่ความจริงก็คือเมื่อเดินทางข้ามเส้นแบ่งเวลาสากล  เขาดันลืมทดเวลากลับเกือบ  1  วันนั่นเอง

ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรม 80 วันรอบโลก

  • ตัวเอกของเรื่องคือฟิเลียส  ฟอกซ์  เป็นคนน่าเอาเยี่ยงอย่างตรงที่ตรงต่อเวลามากทั้งการกิน  การนอน  มีวินัยในตนเองสูง  ซึ่งนำพาเขาสู่ความสำเร็จและร่ำรวย
  • ความกล้าได้กล้าเสียและมั่นใจเปี่ยมล้นของฟิเลียสในการท้าพนันด้วยเดิมพันมหาศาล  เป็นทั้งความน่าชื่นชมและน่าเหยียดหยันของหลายคน  ซึ่งผู้อ่านควรพิจารณาเองว่าสิ่งใดควรพุ่งชน  สิ่งใดควรชั่งใจและระมัดระวัง
ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรม 80 วันรอบโลก
  • น่าทึ่งมากตรงที่ในปีที่  ฌูล  แวร์น  เขียนหนังสือเล่มนี้ยังไม่มีการประดิษฐ์รถยนต์ขึ้นมา  การเดินทางจึงค่อนข้างลำบาก  แต่ฟิเลียสตัวเอกของเรื่องเป็นคนมีพลังใจสูงมาก  สามารถฟันฝ่าอุปสรรคตามรายทางและทำเรื่องที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้อย่างการเดินทางรอบโลกภายใน  80  วันให้สำเร็จ  จึงเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนที่กำลังสิ้นหวังได้

ติดตามข่าวสารด้านการศึกษา ข้อมูลการเรียน ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

เพราะเรามีข้อมูลข่าวสารในมุมมองด้านการศึกษาที่นำมาให้คุณที่ arab-games.net และเพียงเท่านี้เรายังมีทฤษฎีของแวววงการศึกษาไทยที่ไม่อยากให้คุณพลาด….และถ้าคุณมีเวลาว่างขอแนะนำเว็บไซต์นี้เลย mm888bet ที่รวบรวมแหล่งความบันเทิงมาส่งตรงให้คุณถึงหน้าจอมือถือแล้ว

ท่าบริหารสมองแบบ Brain Gym ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายในช่วงอ่านหนังสือสอบ

  Brain Gym คืออะไร และเกี่ยวข้องกับกับเด็กวัยเรียนอย่างไร อันที่จริงแล้ว Brain Gym ก็คือกายบริหารอย่างง่าย ๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเน้นกระตุ้นให้ใช้สมองอย่างเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้

ท่าบริหารสมองแบบ Brain Gym ช่วยเสริมสร้างการได้ยินทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น ช่วยคลายความเครียด ทำให้จิตใจสงบมีสมาธิ ลดอาการตื่นเต้นมากเกินไป กระตุ้นให้สมองทำงานได้ดี สมองจะได้รับเลือดมากยิ่งขึ้น และทำให้สมองได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง  

Brain Gym

Brain Gym ท่าบริหารสมองทั้ง 2 ซีก ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งดร. พอล เดนนิสัน นักประสาทวิทยา ชาวอเมริกัน เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา โดยคิดท่ากายบริหารนี้ 26 ท่า ซึ่งเป็นท่าบริหารที่ครอบคลุมการดูแลสมองทั้งสองซีกด้วย

Brain Gym ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน ท่าแรก ก็คือ ท่าดึงไหล่เป็นท่าที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของหลัง และไหล่ช่วงบนได้ด้วย ประโยชน์ของการบริหารสมอง ช่วยผ่อนคลายความเครียดของสมองทั้งสองส่วน หน้าและหลัง และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ 

Brain Gym ท่าบริหารสมองทั้ง 2 ซีก ได้เป็นอย่างดี

วิธีบริหารสมองในท่าดึงไหล่

  • อยู่ในท่านั่งนำมือขวามาจับที่ไหล่ซ้าย ระหว่างนั้นก็ให้หายใจเข้าช้า ๆ ขณะที่สายตาเราก็มองตามมือขวาที่กำลังดึงไหล่ซ้ายเข้ามาชิดลำตัว และเมื่อไหล่ซ้ายชิดลำตัวแล้ว ให้หันหน้าไปทางขวา
  • ขณะที่เราหันหน้าไปทางขวาให้ออกเสียงว่า “อู” แบบยาว ๆ
  • จากนั้นเปลี่ยนมาทำอีกมือ โดยทำแบบเดิม

Brain Gym ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน ท่าที่สอง ก็คือ ท่าเอียงข้อศอกแตะหัวเข่า เป็นอีกท่าที่จะช่วยในการถ่ายข้อมูลของสมองทั้งสองซีกให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Brain Gym ท่าบริหารสมองที่น่าสนใจ

วิธีบริหารสมองในท่าเอียงข้อศอกแตะหัวเข่า

  • เริ่มจากท่านั่งกับพื้น โดยให้ชันเข่าขึ้น ปลายเท้าทั้งสองยังแตะพื้น และขาทั้งสองชิดกัน
  • ให้ประสานมือทั้งสองที่ท้ายทอย
  • จากนั้นให้เอียงข้อศอกซ้ายมาแตะจนชิดเข่าขวา พอชิดแล้วก็นำข้อศอกซ้ายกลับไปยังตำแหน่งเดิม
  • ต่อมาก็ให้เอียงข้อศอกขวามาแตะจนชิดเข่าซ้าย แล้วทำเช่นเดิม โดยทำสลับกันไปเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง

Brain Gym ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน ท่าที่สาม ก็คือ ท่าปิดตา ท่านี้ควรทำก่อนการอ่านหนังสือ หรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิก็จะดีมาก เพราะจะทำให้ผ่อนคลายจากความเครียด และมีสมาธิมากขึ้น

Brain Gym ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน

 วิธีบริหารสมองในท่าปิดตา

  • ให้ใช้มือทั้งสองข้างมาปิดตาเบา ๆ ให้สนิท ขณะที่ดวงตาของเราก็ยังลืมอยู่
  • เมื่อรู้สึกว่าปิดตาจนมองไม่เห็นแล้ว และรู้สึกถึงสีดำสนิท ก็ให้นำมือออกได้
  • จากนั้นก็ปิดตาใหม่และทำเช่นนี้อีก

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

เรามีข้อมูลด้านการศึกษาที่ให้คุณได้รู้ที่ arab-games.net เพราะการศึกษาไทยมีส่วนสำคัญของเด็กในปรพเทศ เราจึงต้องนำข่าวสารดีมาอัพเดตทั้งการศึกษาในระดับประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย และมหาลัย และถ้าคุณอยู่บ้านเหงาๆ อย่าหากิจกรรมสนุกๆทำ เข้ามาที่ gclub1688 เว็บไซต์ที่รวบรวมความบันเทิงให้ได้ร่วมสนุกคุณตลอด 24 ชั่วโมง

สุดยอด!! เทคนิคอ่านหนังสือสอบ ที่เข้าใจเนื้อหาอย่างรวดเร็ว

หากนักเรียนนักศึกษาได้ฝึกพัฒนาทักษะการอ่านเร็ว ก็จะช่วยพัฒนาสมองให้ฉับไวและมีสมาธิ เพราะระหว่างที่เราอ่านเร็ว ๆ อยู่นั้น จิตใจเราจะจดจ่อจนเกิดสมาธิ และต้องไม่ตื่นเต้นลนลานกลัวว่าจะอ่านไม่ทัน อ่านไม่รู้เรื่อง

ซึ่งวันนี้ ขอแนะนำ เทคนิคอ่านหนังสือสอบ ที่จะช่วยให้เราได้รู้จักกับทักษะการอ่านเร็ว ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ โดยเฉพาะการอ่านหนังสือเพื่อสอบซึ่งอาจไม่มีเวลาอ่านมากพอ แต่เราก็ยังสามารถจับความจากการอ่านเร็ว ๆ มากได้พอสมควร

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ ที่จะช่วยให้เราจับใจความสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ เทคนิคแรกที่อยากแนะนำ ก็คือ ฝึกทักษะการอ่านเร็วจากสิ่งรอบตัว เราควรลองฝึกอ่านเร็ว ๆ จากสิ่งที่ผ่านตาเราไปอย่างรวดเร็วก่อน ซึ่งสิ่งนั้นอาจเป็นเพียงป้าย หรือข้อความที่ไม่ยาวนัก

แล้วดูสิว่าเราสามารถจับใจความ หรือพอเดาได้ว่ามันสื่อถึงเรื่องอะไร โดยเฉพาะยามที่เรานั่งรถ เราก็น่าจะลองมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วดูว่าเราเห็นป้ายอะไรบ้าง แม้ว่าในตอนแรกเราแทบจะอ่านไม่ทัน แต่หากได้ทำเช่นนี้เป็นประจำ เราก็พอจะจับความได้ และเกิดความเคยชินจนสามารถฝึกการอ่านเร็วได้เก่งขึ้น

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ ที่จะช่วยให้เราจับใจความสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ เทคนิคที่สองที่อยากแนะนำ ก็คือ กำจัดสิ่งรบกวนก่อนฝึกทักษะการอ่านเร็ว บ่อยครั้งที่การอ่านอย่างเร็ว ๆ ของเราก็ขาดประสิทธิภาพ เพราะเรามัวแต่สนใจสิ่งรอบข้างที่ไม่เกี่ยวข้อง

ซึ่งสิ่งนี้ก็จะคอยรบกวนสมาธิเรา ดังนั้นเราจึงควรกำจัดสิ่งที่คอยรบกวนใจออกไปให้ได้ โดยเฉพาะ การรับสื่อต่าง ๆ ที่จะคอยกวนใจเราตลอดเวลา เช่น ทีวี วิทยุ อินเทอร์เน็ต นั่นก็เพราะเราไม่ควรฟังหรือดูสิ่งเหล่านี้ขณะที่เราต้องอ่านเร็วไปด้วยได้ ทางที่ดีก็คือปิดสื่อเหล่านั้นเสียแล้วมุ่งสมาธิไปที่การอ่านอย่างเดียวเท่านั้น

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ กำจัดสิ่งรบกวนรอบตัว

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ เทคนิคที่สามที่อยากแนะนำ ก็คือ สังเกตหนังสือที่อ่านก่อนการฝึกการอ่านเร็ว ก่อนที่จะอ่านเร็วให้ได้นั้นเราควรสังเกตหนังสือต่าง ๆ ให้ได้หลากหลายประเภท เพราะหนังสือที่มีเนื้อหาหรือต่างประเภทกันก็มักจะมีเอกลักษณ์ ธรรมชาติ หรือรูปแบบที่ต่างกันไปด้วย

โดยการสังเกตความแตกต่างนี้ก็จะช่วยให้เราอ่านได้เร็วขึ้น และเข้าใจมากขึ้นด้วย เนื่องจากเราจะจดจำโครงสร้างของหนังสือนั้นได้ เช่น ตำราเรียนหรือคู่มือ ก็มักจะมีหัวข้อต่าง ๆ ดัชนี เชิงอรรถ บรรณานุกรมที่เราอาจจำเป็นต้องใช้

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ สังเกตหัวข้อและประเด็นที่สำคัญ

เทคนิคอ่านหนังสือสอบ เทคนิคที่สี่ที่อยากแนะนำ ก็คือ จับเวลาในการฝึกทักษะการอ่านเร็ว เราอาจลองจับเวลาการอ่านของเรา โดยอ่านเรื่องเดิม ๆ นั้นแหละ จากนั้นมาดูกันว่าสถิติเวลาของเราเร็วหรือช้าอย่างไรบ้าง

ซึ่งตามปกติแล้วก็น่าจะอ่านได้เร็วขึ้น แต่หากอ่านได้ช้าลงกว่าเดิมมาก ส่วนใหญ่แล้วก็มาจากการที่เราขาดสมาธิเสียมากกว่า

ติดตามข่าวสาร เว็บไซต์การศึกษา ที่เราได้นำมาให้คุณรู้เรื่องการศึกษาอย่างรอบด้าน

บทความดีๆที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับระบบการศึกษาไทย ที่เรานำมารวบรวมข้อมูลอย่างเจาะลึกและรูปแบบการศึกษาไทยที่ยังมีปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ไม่ควรพลาด arab-games.net และหนึ่งเดียวในรูปแบบการเดิมพันออนไลน์ที่ทันสมัย มีโปรโมชั่นมาให้คุณอย่างจุใจที่ Gclub1688 เพราะเราไม่อยากให้คุณพลาดความสนุกที่เราคัดสรรมาไว้ให้คุณ รีบๆเข้ามาร่วมสนุกกันนะ

ผ่อนคลายสมองช่วงสอบ ด้วย สารอาหารบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ กระตุ้นให้สดชื่นแจ่มใส

สมองของเด็กวัยเรียนวัยศึกษาเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก ดังนั้นการดูแลสมองด้วยการกินอาหารบำรุงสมองให้ถูกต้องตามที่ร่างกายต้องการจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะ สารอาหารบำรุงสมอง ก็จะช่วยให้สมองทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ จะสอบ จะตอบคำถาม หรือเรียนเรื่องใดก็รู้ลึกรู้จริง

สารอาหารบำรุงสมอง

สารอาหารบำรุงสมอง ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและจดจำสิ่งต่างๆได้ดี

สารอาหารบำรุงสมอง สารอาหารชนิดแรกที่ยากแนะนำ ก็คือ ไฟโตนิวเทรียนท์ สารอาหารที่น่าสนใจ สมองต้องการวิตามินบางชนิดและสารพฤกษเคมี เพื่อปกป้องเซลล์สมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ

ซึ่ง “สารพฤกษเคมี” นี้ก็มีชื่อเรียกเก๋ ๆ  ว่า “ไฟโตนิวเทรียนท์” ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมการทำงานในร่างกาย โดยสารนี้เราจะพบได้แต่เฉพาะในพืชเท่านั้น ทั้งยังจัดเป็นสารอาหารบำรุงสมองชั้นยอดอีกด้วย

สารอาหารบำรุงสมอง ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและจดจำสิ่งต่างๆได้ดี

สารอาหารบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่สองที่อยากแนะนำ ก็คือ คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) สารไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำให้ผักผลไม้มีสีเขียว จะช่วยบำรุงการทำงานของสมองโดยตรง ทั้งยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเราจากโรคต่าง ๆโดยเฉพาะโรคมะเร็ง พบได้ในพืชต่าง ๆ เช่น คะน้า ผักกาดหอม สาหร่ายทะเล ฝรั่ง แอปเปิลเขียว องุ่นเขียว

สารอาหารบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่สามที่อยากแนะนำ ก็คือ แอนโทซานทิน (Anthoxanthins) สารไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำให้ผักผลไม้มีสีเหลือง ช่วยดูแลสมองและระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยบำรุงสายตาทำให้อ่านหนังสือได้นาน ทั้งยังช่วยล้างพิษ พบมาในพืช เช่น หัวหอมใหญ่ ฟักทอง มันฝรั่ง มันเทศ กล้วย สับปะรด

สารอาหารบำรุงสมอง และบำรุงสายตาทำให้อ่านหนังสือได้นาน

สารอาหารบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่สี่ที่อยากแนะนำ ก็คือ แคโรทีนอยด์ส (Carotenoids) สารไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำให้ผักผลไม้มีสีส้ม ช่วยเสริมสร้างความจำ ช่วยดูแลเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน และลดระดับคอเลสเตอรอล พบมาในพืช เช่น แครอต มะม่วง มะละกอ แอพริคอต

สารอาหารบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่ห้าที่อยากแนะนำ ก็คือ ไลโคปีน (Lycopene) สารไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำให้ผักผลไม้มีสีแดง ช่วยป้องกันโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคที่เกี่ยวกับสมอง เช่น โรคเส้นเลือดสมองตีบ โรคเส้นเลือดอุดตันในสมอง ที่มีสาเหตุมาจากความเครียด นอกจากนี้ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงผิวหนัง พบมาในพืช เช่น  มะเขือเทศ บีตรูต ทับทิม เชอร์รี สตรอว์เบอร์รี

สารอาหารบำรุงสมอง มะเขือม่วงที่มีสารอาหารเสริมความจำ

สารอาหารบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่หกที่อยากแนะนำ ก็คือ แอนโทไซยานิน และ โพรแอนโธไซยานิน (Anthocyanidins และ Proanthocyanidins) สารอาหารเสริมความจำ สารไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำให้ผักผลไม้มีสีม่วงหรือสีน้ำเงิน ป้องกันโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง ช่วยขยายหลอดเลือด และป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง พบมาในพืช เช่น มะเขือม่วง กะหล่ำปลีม่วง อัญชัน แบล็คเชอร์รี แบล็คเบอร์รี บลูเบอร์รี องุ่นดำ

สารอาหารบำรุงสมอง สารอาหารชนิดที่เจ็ดที่อยากแนะนำ ก็คือ เคอร์คูมิน (Curcumin) สารอาหารช่วยดูแลสมอง สารไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำให้ผักผลไม้มีเหลืองอีกประเภท ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ป้องกันการโรคความจำเสื่อมช่วยบรรเทาอาการอักเสบได้ดี เช่น ขมิ้น ว่านนางคำ  ขิง ข้าวโพด พริกไทยเหลือง (yellow peppers)

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษา ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

ข้อมูลดีๆของข่าวกระศึกษาไทย ทั้งการเรียนในระดับชั้นต่างๆ การศึกษาต่อ และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการศึกษา ติดตามได้ที่ arab-games.net และหากคุณเบื่อๆ อยากไปท้าทายความมันส์ หรือใครที่กำลังมองหาเกมสนุกๆเพื่อเล่นผ่อนคลาย ขอแนะนำเว็บไซต์ยอดฮิตติดอันดับ เข้ามาที่ โจ๊กเกอร์123 แหล่งรวบรวมความสนุกผ่านโลกออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

นิสัยการอ่านหนังสือ ที่สามารถช่วยทายแนวโน้มการเรียนได้

ด้วยคำถามจิตวิทยาเหล่านี้ จะช่วยให้เรารู้ว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร โดยผ่านนิสัยการอ่านหนังสือ และยังสามารถทายแนวโน้มที่เกี่ยวกับการเรียนได้ด้วย

นิสัยการอ่านหนังสือ

นิสัยการอ่านหนังสือ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น

นิสัยการอ่านหนังสือ นิสัยแรก ก็คือ ติดนิสัยชอบพับขอบหนังสือ หากเรานิยมพับขอบหนังสือเวลาที่อ่านหนังสือไม่จบ ไม่ชอบใช้ที่คั่นหนังสือ แสดงว่า เป็นคนสะเพร่า ไม่เรียบร้อย หากชอบอะไรก็จะจริงจังหมกมุ่น แต่ระหว่างนั้นก็จะลืมทุกสิ่งรอบตัว  

  • แนวโน้มการเรียน : มักจะตกม้าตาย ทำข้อสอบได้แต่ดันกาข้อผิด หรืออ่านโจทย์ผิดชีวิตเปลี่ยน

นิสัยการอ่านหนังสือ นิสัยที่สอง ก็คือ อ่านเฉพาะเรื่องที่สนใจเท่านั้น ถ้าเราชอบอ่านเฉพาะเรื่องที่สนใจเท่านั้น แสดงว่าแม้จะเป็นคนใจดี แต่ก็มีความเป็นเด็กมาก ชอบเอาแต่ใจตัว ไม่ค่อยคิดถึงจิตใจคนอื่นเพราะความไม่รู้  นอกจากนี้ยังไม่ค่อยมีใครเข้าใจ เพราะไม่เก่งเรื่องการอยู่ร่วมกับคนอื่น

  • แนวโน้มการเรียน : เรียนแบบผ่าน ๆ ไม่เน้นเกรดไม่ดีแต่ไม่ซีเรียส และเรียนแล้วเข้าใจแต่ไม่ลึกซึ้ง  
นิสัยการอ่านหนังสือ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น

นิสัยการอ่านหนังสือ นิสัยที่สาม ก็คือ อ่านหนังสือทุกหน้า ถ้าเราอ่านได้ทุกหน้า ก็แสดงว่าเราเป็นคนที่เปิดกว้าง เข้าใจคนอื่นได้ดี จริงใจจริงจัง และยังเป็นคนที่ทุ่มเทเพื่อคนอื่นด้วย   

  • แนวโน้มการเรียน : รู้ลึกรู้จริง อ่านละเอียด ลงรายละเอียดทุกอย่างจนบางครั้งอ่านมากจนหนักสมอง

นิสัยการอ่านหนังสือ นิสัยที่สี่ ก็คือ เปิดอ่านหนังสือคร่าว ๆ หากเราชอบเปิดหนังสืออ่านแบบข้าม ๆ คร่าว ๆ แสดงว่าเป็นคนที่ใจร้อนบุ่มบ่าม ไม่รอบคอบ ไม่มีแผนการ ทำอะไรตามใจฉัน และไม่สนใจรายละเอียดหรือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เลย เพราะสนใจแต่เรื่องสำคัญ ๆ เท่านั้น 

  • แนวโน้มการเรียน : เรียนรู้ได้เร็วแต่ไม่แน่น และไม่ค่อยมีสมาธิหากต้องเรียนอะไรนาน ๆ    
นิสัยการอ่านหนังสือ ถ้าชอบอ่านทุกหน้าเป็นคนที่มีความละเอียด

นิสัยการอ่านหนังสือ นิสัยที่ห้า ก็คือ ชอบขีดเขียนในหนังสือ ถ้าเรามีนิสัยชอบขีดเขียนในหนังสือ หนังสือนี่เลอะเทอะไปหมด ชอบทำสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายช่วยจำต่าง ๆ (ไม่ใช่วาดการ์ตูนเล่น) แบบนี้ก็จะแสดงว่าเป็นคนที่ชอบการทำงานและทำได้ดี มีความมุ่งมั่น จริงจัง ไม่ชอบออกนอกทางเพราะทำให้เสียเวลา และก็เป็นคนที่ยึดมั่นถือมั่นมากด้วย

  • แนวโน้มการเรียน : เก็บทุกรายละเอียดในการอ่าน จึงมีผลการเรียนที่ดี และยังใส่ใจฟังคุณครูมากด้วย

นิสัยการอ่านหนังสือ นิสัยที่หก ก็คือ ชอบออกเสียงตอนอ่านหนังสือ ถ้าเราชอบออกเสียงตอนอ่านแสดงว่าเป็นคนที่ไม่ชอบทำตัวเด่น ไม่ใช่คนที่ภาคภูมิในในตนเองมาก แต่ก็เป็นคนที่รู้จักเคารพตนเองเคารพผู้อื่น มีจิตใจดี  ซื่อสัตย์ จริงใจ รักสงบ ไม่ใช่คนที่มีความลับมากมาย แต่เข้าได้ดีกับทุกคน 

  • แนวโน้มการเรียน : เรียนกลาง ๆ เอาตัวรอดได้ และมุ่งมั่นไปยังวิชาที่ชอบเป็นพิเศษ

ติดตามข่าวสาร เว็บไซต์การศึกษา ที่เราได้นำมาให้คุณรู้เรื่องการศึกษาอย่างรอบด้าน

เว็บไซต์ที่รวบรวมข่าวการศึกษาของไทย ทั้งด้านการศึกษาต่อในระดับต่างๆ และทุนการศึกษา การสอบและเทคนิคดีๆการอ่านหนังสือ เข้ามาที่ arab-games.net และอีกหนึ่งเว็บไซต์ยอดฮิตที่รวบรวมเกมสนุกๆไว้มากมาย ติดตามความมันส์ได้ที่ รวมสล็อตทุกค่ายในเว็บเดียว การันตีความสนุกแน่นอน!!

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน ให้เป็นนักอ่านขั้นเทพ อ่านแล้วไม่ใช่แค่จำแต่รู้จักคิดวิเคราะห์ได้ลึกซึ้ง

การฝึกทักษะการอ่าน นอกจากจะช่วยให้เราสามารถอ่านหนังสือสอบได้ดีแล้ว หากยังช่วยให้จำไวอีกด้วย

ขอแนะนำ เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน ให้คุณรู้จักคิดวิเคราะห์เป็น ซึ่งการวิเคราะห์นี่แหละที่เป็นสุดยอดของการอ่านอย่างแท้จริง

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน ที่นำไปใช้เป็นแนวทางการอ่านหนังสือ

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน เทคนิคแรกที่อยากแนะนำ ก็คือ หัดวิเคราะห์ การอ่านแบบจดจำรายละเอียดต่าง ๆ นั้นไม่ยากนัก แต่การอ่านเพื่อให้สามารถคิดวิเคราะห์ หรือวิจารณ์ได้นั้นยากกว่ามาก

ซึ่งการจะอ่านแบบนี้ได้เราต้องทำความเข้าใจสิ่งที่อ่านให้ได้อย่างลึกซึ้ง หากยังไม่เข้าใจในครั้งแรกที่อ่านก็ต้องกลับไปอ่านใหม่ให้ละเอียด และลองตรึกตรองดูหลาย ๆ ทาง บางทีเราอาจพบว่าเราเองก็มีความคิดที่แตกต่าง และสามารถคิดวิเคราะห์ได้อย่างลึกซึ้ง

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน ที่นำไปใช้เป็นแนวทางการอ่านหนังสือ

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน เทคนิคที่สองที่อยากแนะนำ ก็คือ ลองจินตนาการ การจินตนาการแปลก ๆ ก็จะช่วยให้เราอ่านได้ขั้นเทพมากขึ้น ไม่เชื่อก็นำไปทำดู ตัวอย่างการอ่าน 3 ประเภอ ดังนี้

  • นักอ่านวิญญาณนักสืบ คือให้เราคิดว่าตนเองเป็นนักสืบแล้วลองสงสัยแล้วตั้งคำถามดูว่า หากเป็นเราเราจะแก้ไขหรือทำอย่างไร เราจะทำได้แตกต่างจากในหนังสือหรือไม่
  • นักอ่านแบบศิลปิน คือให้เราคิดว่าตนเองเป็นศิลปิน เมื่ออ่านตัวหนังสือแล้วก็ให้เห็นเป็นภาพในหัว พร้อมทั้งยังสามารถสร้างจินตนาการฉากต่าง ๆ ได้เองด้วย ซึ่งแบบนี้ก็จะทำให้เรารู้จักการสร้างสรรค์ และสร้างจินตนาการได้เป็นอย่างดี
  • นักอ่านแบบนักแสดง คือให้เราคิดว่าตนเองเป็นนักแสดงที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ มีความคิดความรู้สึกแบบเดียวกับตัวละครนั้น ๆ แล้วเราจะแสดงออกมาแบบนั้นหรือไม่ ซึ่งแบบนี้ก็จะช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกของคนในชีวิตจริงมากขึ้นด้วย
เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน โดยต้องอ่านเป็นประจำ

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน เทคนิคที่สามที่อยากแนะนำ ก็คือ อ่านเป็นประจำ การจะเป็นนักอ่านขั้นเทพได้ไม่ใช่ว่าต้องเป็นคนเก่ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องอ่านอย่างสม่ำเสมอ หากอ่านได้ทุกวันจนรักการอ่าน หรือติดการอ่านหนังสือก็ยิ่งดี ดังนั้นวินัยในการอ่านจึงสำคัญที่สุด เราจึงควรทำตารางการอ่านให้ได้ อย่างน้อยวันละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง และให้ได้สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง 

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน ต้องอ่านหนังสือหลากหลายแนว

เทคนิคฝึกทักษะการอ่าน เทคนิคที่สี่ที่อยากแนะนำ ก็คือ อ่านหนังสือหลากหลายแนว นักอ่านขั้นเทพต้องไม่เกี่ยงประเภทการอ่าน หากอ่านได้อย่างหลากหลาย ความรู้ความคิดก็จะกว้างขวางมากขึ้น แม้แต่หนังสือที่เหมาะกับเด็กผู้ชายอ่านอย่างความรู้วิทยาศาสตร์ เครื่องจักรกลต่าง ๆ เด็กผู้หญิงหรือสาว ๆ ก็สามารถอ่านได้เช่นกัน 

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษา ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

รวบรวมข่าวการศึกษาของไทย ที่ส่งตรงทาง arab-games.net เรามีทั้งข่าวการศึกษาระดับประถม ระดับมัธยมต้น ระดับมัธยมปลาย และระดับมหาลัยรวมทั้งข้อมูลในด้านการศึกษาต่อในระดับต่างๆ เราขอแนะนำอีกหนึ่งความสนุกที่เราส่งตรงมาให้คุณผ่านระบบออนไลน์ ที่ ทางเข้า ufabet777 เว็บไซต์ยอดฮิตที่คุณไม่ควรพลาด!!

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ อ่านแล้วสมองไว และช่วยกระตุ้นความจำ

ในวัยเรียนวัยศึกษา การอ่านหนังสือไม่เพียงแต่ช่วยทบทวนเนื้อหาก่อนสอบเท่านั้น แต่การอ่านหนังสือยังดีต่อสมอง และช่วยกระตุ้นความจำได้เป็นอย่างดี 

ซึ่งบางคนก็อาจแย้งว่าถ้าเราอ่านหนังสือมาก ๆ ก็จะยิ่งทำให้สมองเหนื่อยล้ามากขึ้น แต่อันที่จริงแล้วสมองจะอยู่ในภาวะนั้นได้ หากอ่านมากเกินไปจริง ๆ และขาดการพักผ่อน

ขอแนะนำ ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ แต่ส่วนใหญ่แล้วปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ่านหนังสือ หรืออ่านกันน้อยเสียมากกว่า ดังนั้นหันมาอ่านหนังสือกันให้เยอะ ๆ กันเถอะ

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ ช่วยพัฒนาสมองและฝึกสมาธิ

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ ประโยชน์ข้อแรกที่จะได้รับ ก็คือ ยิ่งอ่านยิ่งจำ หากเราได้อ่านหนังสือเรื่องเดิมหลาย ๆ รอบ แม้ว่าตอนแรกสมองของเราอาจจำได้น้อยมาก แต่ต่อมายิ่งอ่านซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เราก็จะพบว่าเราจำได้มากขึ้นจริง ๆ เหมือนว่าสิ่งนั้นได้ถูกบันทึกลงสมองเราไว้หมดแล้ว

และยิ่งอ่านมากขึ้นเท่าไร ในสมองของเราก็แทบจะเห็นเนื้อหานั้นปรากฏในหน้าหนังสือ จนเหมือนกับว่าเรารู้ว่าข้อความนั้นอยู่ในหัวข้อนั้น ๆ หรืออยู่ในบทใด  

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ โดยยิ่งอ่านยิ่งจำ

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ ประโยชน์ข้อที่สองที่จะได้รับ ก็คือ พัฒนาสมองได้ทุกวัย แม้แต่เด็กออทิสติก หรือเด็กที่มีภาวะแอลดี (LD) หรือเกิดความผิดปกติในการเรียรู้ ก็ยังสามารถพัฒนาพฤติกรรมต่าง ๆ รวมทั้งและความสามารถแต่ละด้านได้

หากเขาได้อ่านหนังสือที่เหมาะสมกับเขาบ่อย ๆ แล้วนับประสาอะไรกับเด็กทั่วไปล่ะ ดังนั้นถ้าอยากพัฒนาสมองต้องอ่านหนังสือให้มากขึ้น

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ ช่วยพัฒนาสมองและฝึกสมาธิ

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ ประโยชน์ข้อที่สามที่จะได้รับ ก็คือ เกิดสมาธิเต็มที่ ขณะที่เราได้อ่านหนังสือ สมองของเราจะเกิดภาวะมีสมาธิ ซึ่งยามที่เรามีสมาธินี้สมองของเราจะลื่นไหลปลอดโปร่ง จึงจดจำได้อย่างเต็มที่

และแม้ว่าข้อมูลจะมากมายแต่เราก็จะไม่รู้สึกว่าหนักสมองเลย ดังนั้นถ้ารู้สึกว่ากำลังขาดสมาธิ ทำอะไรไม่ได้นาน การอ่านหนังสือก็จะช่วยได้มาก

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ ได้ศัพท์มากขึ้น

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ ประโยชน์ข้อที่สี่ที่จะได้รับ ก็คือ ได้ศัพท์มากขึ้น โดยเราจะได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ ยิ่งถ้าอ่านหนังสือได้หลากหลายแนว หรือเป็นแนวเฉพาะทาง เราก็จะได้เรียนรู้ศัพท์ที่ไม่ค่อยพบเจอในชีวิตประจำวัน ซึ่งการได้คำศัพท์จากการอ่านจะช่วยพัฒนาทักษะต่าง ๆ ดังนี้

  • บางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าศัพท์นั้นหมายความว่าอะไร แต่จากบริบทใหม่รอบข้าง จะทำให้เราคาดเดาได้ว่าคำนั้นหมายถึงอะไร และนี่เองที่ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ 
  • เราจะอ่านเขียนและใช้ศัพท์ได้อย่างถูกต้อง ทำให้การสื่อสารถูกต้องมีประสิทธิภาพ
  • การฝึกภาษาต่างประเทศก็เริ่มจากการมีศัพท์ในหัวนั่นเอง ยิ่งมีศัพท์ในหัวมากเราก็จะยิ่งกล้าพูดกล้าสื่อสาร

ติดตามข่าวสาร เว็บไซต์การศึกษา ที่เราได้นำมาให้คุณรู้เรื่องการศึกษาอย่างรอบด้าน

บทความน่ารู้เกี่ยวกับข่าวการศึกษาไทย ที่มีทั้งปัญหาด้านการศึกษา ทุนการศึกษาในการศึกษาต่อทั้งระดับประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย ติดตามข้อมูลได้ที่ arab-games.net เว็บไซต์ยอดฮิตที่เราไม่อยากให้คุณพลาด โดยเราได้รวบรวมเกมหลากหลายสไตล์มาไว้ให้คุณที่ สล็อตแตกง่าย รับรองว่านอกจากคุณจะสนุกแล้วยังได้รายได้เข้ากระเป๋าแบบจุใจอีกด้วย

เตรียมสมองให้พร้อมก่อนลุยอ่านหนังสือสอบด้วย ท่าบริหารสมองBrain Gym ที่ได้ผลดีจริง

ท่าบริหารสมองBrain Gym เป็นท่าบริหารที่ออกแบบมาเพื่อบริหารสมอง ช่วยให้สมองทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่ต้องเน้นออกแรงมากมาย แต่ช่วยกระตุ้นสมองได้โดยตรง สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย และยังเหมาะมากกับเด็กนักเรียนนักศึกษาที่เครียดจากการอ่านหนังสือสอบ

หรือต้องทำกิจกรรมการเรียนนาน ๆ ซึ่งหากทำ ท่าบริหารสมองBrain Gym นี้เป็นประจำก็จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ฟื้นฟูความจำ จำได้นาน มีสมาธิ และสดชื่นสดใสมากขึ้น 

ท่าบริหารสมองBrain Gym

ท่าบริหารสมองBrain Gym ที่ช่วยให้สมองทำงานได้ดี

ท่าบริหารสมองBrain Gym ท่าแรกที่อยากแนะนำ ก็คือ ท่าบริหารสมอง : ท่าแตะมือสลับ ท่านี้จะช่วยให้สมองรู้สึกปลอดโปร่ง

ประโยชน์

  • ช่วยพัฒนาสมองในการสะกดคำ การฟัง การอ่าน การเขียน
  • ทำให้เกิดการทำงานอย่างสอดประสานกันได้ดีของสมองทั้งสองซีก
  • ท่านี้ถือว่าช่วยบรรเทาอากหารง่วงเหงาหาวนอนได้ดีมาก เพราะต้องขยับแข้งขยับขาตลอด จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องอ่านหนังสือตอนดึก ๆ

 วิธีบริหาร

-เริ่มจากอยู่ในท่ายืน ปลายเท้าแยกจากกันเล็กน้อย

-นำข้อศอกขวามาแตะที่หัวเข่าซ้าย โดยให้ยกเข่าซ้ายมารับด้วย

-จากนั้นให้นำข้อศอกซ้ายมาแตะที่หัวเข่าขวา โดยให้ยกเข่าขวามารับด้วย

-ทำท่าบริหารนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องสัก 3 นาที

*** สามารถเปลี่ยนจากท่ายืนเป็นท่านั่งหรือนอนก็ได้ นอกนั้นทำเหมือนเดิมหมด

ท่าบริหารสมองBrain Gym ท่าแตะมือสลับ

ท่าบริหารสมองBrain Gym ท่าที่สองที่อยากแนะนำ ก็คือ ท่ากายบริหารสมอง : ท่าแนบใบหูชิดไหล่ ท่านี้สามารถนำไปใช้กับคนที่เครียดสะสมมากๆได้ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

ประโยชน์

ท่าบริหารนี้จะช่วยทำให้การทำงานของสมองทั้งซีกซ้าย และซีกขวา สามารถถ่ายโยงข้อมูลถึงกันได้เป็นอย่างดี

ท่าบริหารสมองBrain Gym ท่าแนบใบหูชิดไหล่

วิธีบริหาร

  • เริ่มจากท่ายืน แล้วแยกขาออกจากกันนิดหน่อย
  • ให้เราใช้หูซ้ายพยายามแนบให้ชิดไหล่ซ้าย
  • ใช้แขนซ้ายยกขึ้นมาแล้วทำท่าเหมือนว่าเรากำลังวาดเลข 8 แนวนอน หรือกำลังทำเครื่องหมายอินฟินิตี้ ซึ่งขณะที่เรากำลังวาดแขนเป็นเลข 8 นั้น เราต้องจ้องมองไปตามแขนที่เราวาดไปด้วย
  • จากนั้นก็ทำเช่นเดียวกันกับแขนขวา  

ท่าบริหารสมองBrain Gym ท่าที่สามที่อยากแนะนำ ก็คือ ท่าออกกำลังสมอง : ท่าวิ่งเหยาะ ๆ ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประโยชน์

               เป็นท่าที่จะช่วยในการถ่ายข้อมูลของสมองทั้งสองซีกให้ทำงานได้ดีขึ้น

ท่าบริหารสมองBrain Gym ท่าวิ่งเหยาะๆ

วิธีบริหาร

  • เริ่มจากท่ายืน ปลายเท้าทั้งสองข้างห่างกันเล็กน้อย
  • ยกแขนทั้งสองขึ้นมา ทำท่ากำปั้น ตั้งกำปั้นให้อยู่ประมาณช่วงหน้าอก
  • เริ่มวิ่งเหยาะ ๆ อยู่กับที่ โดยไม่ต้องวิ่งเร็ว ให้ช้า ๆ แต่ว่ารักษาความเร็วให้คงที่ และให้วิ่งสักพักใหญ่

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษา ที่เราได้นำมาให้คุณถึงที่ในเว็บไซต์นี้

ทุกประเด็นแวววงการศึกษา และข่าวการศึกษาของไทยที่เรานำมาอัพเดตให้คุณที่ arab-games.net และขอแนะนำอีกหนึ่งความสนุกผ่านเว็บไซต์ Jokerสล็อต777 ที่มาบริการตุณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คุณได้รับความสนุกโดนใจตุณอย่างแน่นอน

10 ข้อคิดดี ๆ ที่ช่วยปลูก นิสัยรักการอ่าน เสริมสร้างให้เป็นคนรู้จักพัฒนาตนเอง

ถ้าเรารู้สึกท้อแท้เบื่อหน่ายการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือเรียน หนังสือสอบ ลองมาดูข้อคิดดี ๆ ที่จะช่วยให้มี นิสัยรักการอ่าน กัน

โดยคุณจะพบว่ากับคุณค่าของอ่านหนังสือ ที่ไม่เพียงช่วยให้สอบได้เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่น ๆ กับชีวิตเราอย่างลึกซึ้ง

นิสัยรักการอ่าน

นิสัยรักการอ่าน จะช่วยให้คุณได้ประโยชน์ ดังนี้

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อแรกเลย ก็คือ ช่วยพัฒนาตนเอง คุณค่าของการอ่านหนังสือ คือเราสามารถนำความรู้หรือข้อมูลที่ได้จากการอ่านไปใช้พัฒนาตนเองได้ ซึ่งเรายังอาจนำไปใช้ได้ทั้งหมด หรือเพียงบางส่วนก็แล้วแต่ แต่เชื่อว่าในช่วงชีวิตของเราย่อมจะได้ใช้แน่ ๆ

นิสัยรักการอ่าน ที่ช่วยพัฒนาตนเองได้

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่สอง ก็คือ มีความรู้ในเรื่องขนบธรรมเนียมของชาติต่าง ๆ คนที่อ่านหนังสือหลากหลายอย่างสม่ำเสมอ มักจะเรียนรู้วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมต่างได้ง่าย ดังนั้นเขาจึงสามารถเข้าใจความแตกต่างโดยที่ไม่เกิดอคติ

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่สามก็คือ รู้จักเข้าใจคนอื่นมากขึ้น คุณค่าจากการอ่านที่น่าสนใจ คือยามที่เราอ่านหนังสือ เราไม่เพียงแต่เข้าใจความรู้หรือข้อมูลในนั้นเท่านั้น แต่ยังทำให้เราได้เข้าใจคนอื่น คนที่แตกต่างจากเรา รวมทั้งความคิดหรือค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคมด้วย

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่สี่ ก็คือ มีข้อมูลที่ดีในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ เพราะการอ่านหนังสือดีมากๆเพราะถ้าเราไม่อ่านหมายความว่าเราไม่มีข้อมูลเลย แบบนั้นเราก็อาจจะตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย

นิสัยรักการอ่าน ช่วยให้มีข้อมูลที่ดีในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่ห้า ก็คือ เป็นคนที่มีภูมิ เพราะคนที่อ่านหนังสือมาก ๆ ไม่ว่าเราจะพูดอะไรก็สามารถหยิบยกเรื่องต่าง ๆ ในหนังสือมากล่าวได้ ดังนั้นเราจึงกลายเป็นคนที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ และยังอาจแนะนำ ให้คำปรึกษาที่ดี หรือแลกเปลี่ยนทัศนะกับผู้อื่นได้

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่หก ก็คือ ได้รับประสบการณ์ การอ่านเป็นประสบการณ์ที่ง่ายที่สุด เพราะเราได้รับประสบการณ์สำเร็จรูปจากผู้เขียน ซึ่งแม้จะไม่ใช่ประสบการณ์แท้ ๆ ของเราจริง ๆ แต่อย่างน้อยเราก็จะไม่เสียเวลาไปค้นหา แต่เราได้รับในทันที และที่เหลือก็อยู่ที่เราแล้วว่าเราจะออกไปสัมผัสประสบการณ์นั้น ๆ ด้วยตนเองหรือไม่

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่เจ็ด ก็คือ ช่วยให้มีจินตนาการ แน่นอนว่าเมื่อเราอ่านหนังสือแล้ว เรามักมีจินตนาการ หรือเกิดความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดจากที่อ่านมาก ขึ้น ดังนั้นการอ่านจึงเหมือนเป็นตัวกระตุ้นสมองให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างดีเยี่ยม

นิสัยรักการอ่าน ช่วยให้ตนเองมีคุณค่า

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่แปด ก็คือ รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เมื่อเราอ่านมากก็จะเกิดความรู้มาก และเกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ซึ่งความภาคภูมิใจนี้ไม่ได้หาซื้อได้ แต่ต้องรู้จักสร้างขึ้นเอง

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่เก้า ก็คือ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ การอ่านหนังสือคือใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ และทำให้เรามี นิสัยรักการอ่าน ดีกว่าเอาเวลาไปทำสิ่งไร้สาระหรือสิ่งไม่ดี

นิสัยรักการอ่าน ที่มีข้อดีข้อที่สิบ ก็คือ รู้จักจัดระเบียบวินัย โดยหากเราได้จัดระเบียบ หรือแบ่งเวลาในการอ่านหนังสืออย่างมีระบบแล้ว เราก็จะเป็นคนที่มีวินัยในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น

ติดตามข่าวสาร เว็บไซต์การศึกษา ที่เราได้นำมาให้คุณรู้เรื่องการศึกษาอย่างรอบด้าน

ข่าวในระบบการศึกษาที่เราได้รวบรวมไว้ที่ arab-games.net ข้อมูลการเรียนด้านต่างๆทั้งระดับประถม ระดับม.ต้น ระดับม.ปลาย และระดับมหาลัย มาให้คุณได้รู้ ถ้าคุณยังมีเวลาว่างและอยากหาเว็บไซต์ดีๆ ขอแนะนำ สล็อตฝากถอนออโต้ ที่จะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินไปพร้อมกับได้รับรายได้เข้ากระเป๋าอย่างแน่นอน

ข่าวการศึกษาไทย ข้อมูลการเรียน การศึกษาต่อ กศน ปวช ปวส ปตรี ล่าสุด เว็บไซต์ข่าวการศึกษาไทย

ข่าวการศึกษาไทย ข้อมูลการเรียน ข้อมูลด้านการเรียน เรื่องราวเกี่ยวกับการสอบ การศึกษาในระบบโรงเรียน และการศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการศึกษา การจัดการเรียนการสอน และปัญหาในแวววงการศึกษาไทย รวมทั้งการจัดการเรียนการสอน

ข่าวการศึกษาไทย ข้อมูลการเรียน ในรูปแบต่างๆ arab-games ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับแนวโน้มของการศึกษา

ข่าวการศึกษาไทย และปัญหาของนักเรียนทั้งในด้านที่ส่งผลดีและผลเสียที่ทำให้สังคมไทยยังต้องมีการปรับปรุงระบบการศึกษาไทยให้ก้าวทันต่อสังคมในยุคปัจจุบัน ข่าวการศึกษาไทย และเรายังรวบรวมข่าวด้านการศึกษาต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ ข้อมูลทุนการศึกษาต่างๆ เพียงแค่คุณเข้ามาที่ ข่าวการศึกษาไทย คุณจะทราบข่าวสารด้านการศึกษาอย่างแน่นอน

ข่าวการศึกษาไทย arab-games.net300

 

Tags

Brain Gym การกล้าแสดงออก การบูลลี่ การพูด การศึกษา การศึกษาของไทย การสอบ การอ่าน การอ่านหนังสือ การเตรียมตัวสอบ การเรียน การเรียนจะไม่น่าเบื่อ การเรียนภาษา การเรียนรู้ การเรียนรู้ที่ต้องเผชิญโลกกว้าง การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ การเรียนรู้แบบ New Normal การเรียนออนไลน์ คณิตศาสตร์ ความคิด ความจำ ความรับผิดชอบ ความรู้ คอมพิวเตอร์ คุณครู ด้านการศึกษา ตำราเรียน ท่าบริหารสมอง บทเรียนนอกตำรา ประสบการณ์ ประสบความสำเร็จ มหาวิทยาลัย วรรณกรรมเยาวชน วัยเรียน วิชาที่น่าสนใจ วิชาสุดแปลก วิธีค้นหาพรสวรรค์ของเด็ก สมอง สมาธิ อารมณ์ อ่านหนังสือ เทคโนโลยี เป้าหมาย โรคซึมเศร้า โรงเรียน

ขอบคุณเพื่อนบ้าน เว็บสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ข้อมูลข่าวสารดีๆมาตลอดอย่าง http://www.alupkame.info เว็บแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก