Home » มหาลัย (Page 2)

Category Archives: มหาลัย

ข้อดีสำหรับการมีเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ที่เข้าใจกันและรู้ใจกันทุกเรื่อง

จากมัธยมสู่มหาวิทยาลัย หลายคนก็เริ่มที่จะหาหอพักในการอยู่อาศัย เพราะสาเหตุหลายๆอย่าง เช่น มหาวิทยาลัยไกลจากบ้าน หอพักสะดวกกว่าอยู่บ้าน ลองเปลี่ยนการใช้ชีวิตดูบ้าง เป็นต้น

ซึ่งไม่ว่าจะสาเหตุอะไรก็ตาม เมื่อเราคิดถึงหอพักภายในมหาวิทยาลัย เราก็มักจะคิดถึง “รูมเมท” ซึ่งรูมเมทเป็นคนที่เข้ามาร่วมแชร์พื้นที่ภายในห้องพักอาศัย มีทั้งรูมเมทที่เลือกได้ด้วยตนเอง และรูมเมทที่ได้จากการสุ่ม ซึ่งถ้าหากได้รูมเมทจากการที่เราเลือกได้ด้วยตนเอง ซึ่งคนที่เราจะเลือกอยู่ด้วยส่วนใหญ่ก็คือเพื่อนสนิทหรือเพื่อนในแก๊ง โดยจะมีคามสนิทและอยู่ด้วยกันมานาน บทความนี้จึงจะมาบอกถึงมี ข้อดีสำหรับการมีเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ที่เราตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง

ข้อดีของเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท

ข้อดีสำหรับการมีเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ที่สนิทกันจนรู้นิสัยใจคอ

ข้อดีสำหรับการมีเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ข้อดีข้อแรก ก็คือ รู้จักกันมาอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าหากเราจะเลือกคนที่อยู่ด้วยสักหนึ่งคน เรามักจะเลือกเพื่อนสนิทของเรามาเป็นรูมเมทด้วยกัน เพราะด้วยความที่เรารู้จักเพื่อนสนิทในระดับที่มากกว่าเพื่อนทั่วไป เราเชื่อใจเขา เรามีความสุขที่จะอยู่กับเพื่อนสนิท

เพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ที่พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง

ข้อดีสำหรับการมีเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ข้อดีข้อที่สองก็คือ พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เมื่อรูมเมทที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เราจะสามารถกล้าที่จะพูดคุยหรือมอบหน้าที่ต่างๆภายในห้องได้ง่ายกว่ารูมเมทที่ได้จากการสุ่ม เช่น หน้าที่ทำความสะอาดภายในห้องและห้องน้ำ กวาดขยะ ทิ้งขยะ เป็นต้น ทำให้การเป็นอยู่ภายในห้องเป็นระบบและระเบียบมากยิ่งขึ้น

ข้อดีสำหรับการมีเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ข้อดีข้อที่สาม ก็คือ รู้เขารู้เรา การมีเพื่อนสนิทที่เป็นรูมเมทด้วยนั้น เป็นสิ่งที่ดีอีกอย่างหนึ่ง เพราะเพื่อนสนิทจะรู้ถึงนิสัยใจคอของเราในระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้มีการปรับตัวเข้าหากันน้อยลง อีกทั้งมีความเกรงใจที่สามารถเข้าใจกันได้ เช่น ไม่เสียงดังถ้าหากเรากำลังอ่านหนังสือ ไม่เปิดไฟถ้าหากไม่จำเป็นในกลางดึก

เพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ที่สนิทสนมกันมาก

ข้อดีสำหรับการมีเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท ข้อดีข้อที่สี่ ก็คือ ไม่อายกัน ฟังก์ชั่นที่มีมากกว่า ในกรณีที่เราสนิทกับเพื่อนมากๆจนถึงขนาดไม่มีความอายหรือสิ่งใดมากั้น ก็อาจจะทำบางสิ่งได้มากกว่าในขณะอยู่ภายในห้อง ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออยู่บ้านบางคนอาจจะไม่สวมใส่ชุดชั้นในในขณะนอนหลับ เมื่อมาอยู่หอพักที่มีรูมเมทที่ไม่เคยรู้จัก การนอนหลับแบบเดิมก็ไม่สามารถกระทำได้ แต่หากเรามีรูมเมทที่รู้ใจกัน สนิทกัน เราสามารถที่จะไม่สวมชุดชั้นในในการนอนหลับได้

ติดตาม ข่าวการศึกษาไทย ที่ทันสมัยครบทุกประเด็กสำคัญได้ที่เว็บไซต์นี้

แนวโน้มในเรื่องของการศึกษา คิดอย่างไรกับ การศึกษาของไทยใน ปัจจุบัน

แนวโน้มในเรื่องของการศึกษา ที่หลายฝ่ายตั้งประเด็นคำถาม ว่าจะมีแนวทางไปในทิศทางใด โดยความคิดในเรื่องของ การศึกษาของไทย ที่ได้รวบรวมมาในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของความคิดจากนักเรียนและนักศึกษาซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ที่จะทำการปฏิรูปให้ระบบการศึกษาในประเทศไทยนั้นเทียบเท่านานาอารยประเทศ

การศึกษาของไทย

ความคิดเห็นของนักเรียน ในด้านการศึกษาของไทย

การศึกษาของไทย นักเรียนส่วนใหญ่บอกว่า ค่อนข้างกำจัดกรอบในทางความคิดมากจนเกินไป และบางครั้งความเป็นวัฒนธรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในเรื่องของการเชื่อฟังอาจารย์ก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้นักเรียนนั้นแสดงความคิดเห็นได้ไม่เต็มที่โดยหลักสูตรก็บีบให้นักเรียนต้องทำตามทั้งหมดโดยไม่สามารถคิดอะไรเองได้เลย

ความคิดเห็นของนักเรียน ในด้านการศึกษาของไทย

              การศึกษาของไทย นักเรียนส่วนใหญ่บอกว่า โดยการเรียนปัจจุบันเหมือนให้ ท่องจำมากกว่าที่จะทำความเข้าใจ มันไม่ได้ทำให้เด็กกระตือรือร้นในการเรียนเท่าที่ควร เพราะบางครั้งอาจจะเห็นว่าการข้ามชั้นการศึกษาจาก ม.1 ถึง ม, 2  ถึงจะสอบตก แต่ยังไงก็ตาม ยังสามารถเลื่อนขั้นได้อยู่ดี และนักเรียนก็ไม่มีความกระตือรือร้นในการที่จะเรียนหนังสือ ดังนั้นควรมีการซ้ำชั้นหรือไม่ก็มีอะไรที่ทำให้รู้สึกว่ามันต้องเรียน หรือว่ากระตือรือร้นในการเรียนมากกว่านี้

การศึกษาของไทย ประเด็นต่อมาสำหรับความคิดของนักเรียนที่มองว่าค่อนข้างที่จะ เน้นผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ เช่น สมมุติว่าคิดเลข ถ้าเป็นต่างประเทศ เขาจะเน้นว่าเขาจะคิดยังไง มีวิธีการคิดยังไง แต่ การศึกษาของไทย เน้นคำตอบที่ถูกต้องมากกว่า เมืองไทยเขาวัดคะแนนที่ผลลัพธ์มากเกินไป

การศึกษาของไทย เน้นผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ

จนสุดท้าย การศึกษาของไทย ไม่สามารถครบวงจรในโรงเรียนได้จนเด็กต้องออกมาเรียนพิเศษ เด็กที่วาดรูปเก่งเขาไม่ได้รับการสนับสนุนเลย พ่อแม่ก็พยายามให้ลูกเก่งเลข เก่งวิทย์ บีบบังคับให้เรียนสายวิทย์ ดูเป็นการกำจัดกรอบ จริงๆแล้วเขาอาจจะเก่งอย่างอื่นที่เขาสนใจแต่ไม่ได้โดนสนับสนุน

ในอนาคตอยากให้การศึกษาของไทยเป็นอย่างไร

ประเด็นนี้นักเรียนบอกว่า อยากจะให้อนาคต การศึกษาของไทย ปรับเปลี่ยนหลักสูตรบางเรื่องมันไม่ได้ใช้ น่าจะเป็นสิ่งที่นักเรียนชอบและเป็นสิ่งที่ใช้ในอาชีพ บางวิชามันไม่ได้ใช้เลย เรียนไปก็ไม่มีประโยชน์ อยากให้มีคอร์สแบบค้นพบตัวเองมากกว่า คือให้มีช่วงเวลาของกิจกรรมที่ให้ได้คิดมากขึ้น ได้ทำอะไรที่เป็นการทำงานจริงๆ กิจกรรมจะอยู่ในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียนก็ได้ 

สิ่งที่สำคัญคือ ควรปรับหลักสูตร เพราะว่าเด็กแต่ละคนก็มีความสามารถมีความสนใจที่ไม่เหมือนกัน การที่เราคิดให้เขาเรียน เป็นเด็กที่ไม่ชอบแล้ว เอาเวลาไปทำในสิ่งที่มันเป็นช่วงส่งเสริมเขา จะมีแรงบันดาลใจในการเรียนมากกว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาและประเทศชาติในอนาคตได้มากกว่า นี่คือความคิดของนักเรียนต่อระบบ การศึกษาของไทย แล้วในฐานะผู้ใหญ่หรือผู้เชี่ยวชาญ คิดอย่างไรกับการศึกษาไทยในปัจจุบัน 

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ได้ที่เว็บไซต์นี้

แนะนำข่าวการศึกษาไทย การเรียนรู้ใหม่ แบบ New Normal เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

การเลือกคณะที่ไม่ใช่ ของเด็กม.6 ส่งผลเสียตามมาทีหลัง

เมื่อเด็กๆถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเรียกสั้นๆว่าน้องม.6 ก็จะต้องมีการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย

โดยเด็กหลายคนก็จะมีคณะในดวงใจ สาขาที่ชอบ และมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันกัน แต่หลายครั้งที่เรามักจะเห็นว่าเด็กม.6ที่มี การเลือกคณะที่ไม่ใช่ ไม่ถูกใจตนเองหรือเลือกคณะที่ตนเองไม่สามารถเรียนได้ ก็มักจะลงเอยด้วยหลายอย่าง เช่น

การเลือกคณะที่ไม่ใช่

การเลือกคณะที่ไม่ใช่ หรือไม่สามารถเรียนได้จึงต้องมีการวางแผนก่อน

การเลือกคณะที่ไม่ใช่ หรือเป็นการซิ่ว เพราะเมื่อเด็กม.6 ที่เลือกเรียนคณะที่ไม่ชอบหรือไม่สามารถเรียนได้ ทางเลือกที่เด็กส่วนใหญ่เลือกกัน ก็คือ การซิ่ว โดยการซิ่วนั้น คือการหยุดเรียนไปประมาณ 1 ปี เพื่อเตรียมตัวในการสอบเข้าหรือสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่ตนเองใฝ่ฝันในปีถัดไป ซึ่งเป็นผลดีกับตัวของเด็กที่มีการวางแผนการอ่านหนังสือที่ดี ไม่ขี้เกียจ สามารถควบคุมตนเองได้ บังคับตนเองให้อ่านหนังสือตามแผนอยู่สม่ำเสมอ

แต่ การเลือกคณะที่ไม่ใช่ ก็เป็นผลเสียอย่างมากต่อเด็กที่ไม่มีความเป็นระเบียบ ไม่มีการวางแผน ไม่สามารถควบคุมหรือบังคับให้ตนเองทำตามแผนที่วางไว้ได้ สิ่งนี้จะทำให้เด็กๆเสียเวลาไป 1 ปีโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งการหยุดเรียนไป 1 ปีนั้นอาจจะทำให้เรารู้สึกเคยชินกับการอยู่บ้าน อาจจะทำให้ไม่อยากกลับไปเรียนหนังสืออีกก็ได้

ค่าใช้จ่าย

การเลือกคณะที่ไม่ใช่ ทำให้เกิดผลเสียข้อแรกเลย คือ ค่าใช้จ่าย เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเด็กม.6 มีค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบค่อนข้างที่จะเยอะมากๆ อีกทั้งถ้าเด็กๆมี การเลือกคณะที่ไม่ใช่ แล้วลองเข้าไปเรียน จนจะต้องมี การซิ่วออกมาก็จะเสียค่าใช้จ่ายทั้งค่าเทอม ค่าเครื่องแบบนักศึกษา ค่าบำรุงการศึกษาต่างๆ ค่าหอพักนักศึกษา หรือบางคนที่อยู่ไกลบ้านอาจจะต้องใช้ยานพาหนะอีกต่างหาก ถ้าหากเด็กๆซิ่วออกมา ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทีเสียไปก็จะไร้ซึ่งประโยชน์ทุกอย่าง

การเลือกคณะที่ไม่ใช่ ทำให้เกิดผลเสียข้อที่สองเลย ก็คือ แรงกดดันจากรอบข้าง การที่เด็กๆได้คณะที่ไม่ใช่หรือไม่ได้ชอบ คนรอบข้างก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เราลังเลหรือรู้สึกไม่ดีได้ เช่น คนรอบข้างมักจะถามไถ่ว่าทำไมถึงซิ่ว ทำไมถึงเรียนไม่ได้ หรือพ่อแม่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับทางเลือกในการซิ่วหรือหยุดเรียน 1 ปี เพื่อรอสอบคณะที่ชอบในปีถัดไป

โดยสิ่งสำคัญไม่ว่าจะอย่างไร น้องม.6 จะต้องค้นหาสิ่งที่ตนเองชอบและคิดว่ามันใช่สำหรับเราจริงๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาในภายหลัง

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ได้ที่เว็บไซต์นี้

แนะนำข่าวการศึกษาไทย การซิ่วอยู่บ้าน ที่พ่อแม่กังวลกับลูกมาก

การซิ่วอยู่บ้าน ที่พ่อแม่กังวลกับลูกมาก

นักศึกษาบางคนที่เรียนในคณะหรือสาขานั้น เชื่อว่ามีนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่รู้สึกยังไม่ชอบในคณะหรือสาขาที่ตนเองกำลังเรียนอยู่ ซึ่งก็จะมีการแก้ปัญหานี้สองประเภทด้วยกัน คือ เรียนต่อในคณะที่กำลังเรียนอยู่ หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือ การซิ่วอยู่บ้าน แต่การซิ่วนั้นคนเป็น พ่อแม่กังวลกับลูก ก็มักจะไม่ค่อยเห็นด้วยในการซิ่วอยู่บ้าน ซึ่งมีหลายเหตุผลด้วยกัน

การซิ่วอยู่บ้าน

การซิ่วอยู่บ้าน พ่อแม่กังวลกับลูก

การซิ่วอยู่บ้าน ที่พ่อแม่กังวลกับลูก เพราะกลัวลูกจะขี้เกียจ การที่เราซิ่วอยู่บ้านจะทำให้เรามีเวลาว่างที่เยอะมากๆ จนบางครั้งเราเริ่มรู้สึกขี้เกียจ ไม่อยากอ่านหนังสือ หรืออยากนอน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะกังวลและกลัว เพราะเมื่อเราขี้เกียจ เราจะไม่อ่านหนังสือ และไม่สามารถทำตามแผนที่เราวางไว้ในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่หวังไว้

การซิ่วอยู่บ้าน ที่พ่อแม่กลัวลูกขี้เกียจ

โดยต้องมี การวางแผนในการเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะจะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายได้ แต่ถ้าการวางแผนที่ไม่ชัดเจนและไม่รอบคอบมากพอก็จะเป็นผลเสียอย่างมาก อีกทั้งถ้าหากเราเป็นคนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งอีก การวางแผนต่างๆก็ไร้ซึ่งประโยชน์อย่างมาก

การซิ่วอยู่บ้าน ที่พ่อแม่กังวลกับลูก โดย เบื่อในการซิ่วอยู่บ้าน เราก็จะได้เจอแค่สถานที่เดิมๆคือในบ้านหรือหอพัก คนเดิมๆเช่น พ่อแม่ พี่น้อง หรือรูมเมท หรือเจอบรรยากาศที่เราพบเจอเป็นชีวิตประจำวัน ก็ทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายได้ ซึ่งอาการเบื่อเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ เพราะถ้าหากเราเบื่อเร็ว ในระยะเวลาที่เหลือ1 ปีนั้นก็อาจจะใช้ชีวิตในการเตรียมตัวยากมากขึ้น เนื่องจากการเบื่อ ทำให้เราไม่อยากที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเลย รู้สึกไม่มี Passion ในการอ่านหนังสือก็ว่าได้

การซิ่วอยู่บ้าน มีผลเสียตามมา

การซิ่วอยู่บ้าน ที่พ่อแม่กังวลกับลูก โดยมี ความกดดันในการซิ่วอยู่บ้าน นั้น มีแรงกดดันที่ค่อนข้างมาก จากคนรอบข้าง เพราะการที่เราหยุดอยู่บ้านในวัยกำลังเรียน หลายคนมักจะให้ความสนใจและมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบจากเรา เช่น เรียนที่ไหนหรอ?ทำไมไม่ไปเรียน? เรียนคณะอะไร สาขาอะไรถึงอยู่บ้านได้? หรือ ไม่เรียนแล้วหรอ? ซึ่งคำถามเหล่านี้มักจะเป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจเราอยู่เสมอ

การซิ่วอยู่บ้าน อาจจะมีผลเสียที่หลายคนมองเห็นได้ชัดเจน แต่มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองมากกว่าที่เลือกจะคิดและมอง ซึ่งน้องๆที่เลือกการซิ่วอยู่บ้าน พยายามแสดงศักยภาพของตนเองให้เห็นว่า การซิ่วอยู่บ้าน 1 ปีนั้นเป็นประโยชน์ที่สุด

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลการศึกษา ที่เรานำมาเสริฟให้คุณได้ที่เว็บไซต์นี้

แนะนำข่าวการศึกษาไทย การเลือกคณะเรียน เพื่อศึกษาต่อในปริญญา มีผลต่ออาชีพเมื่อเรียนจบ

การเลือกคณะเรียน เพื่อศึกษาต่อในปริญญา มีผลต่ออาชีพเมื่อเรียนจบ

การเลือกคณะ เพื่อศึกษา

น้องมัธยมศึกษาปีที่6 หรือสั้นๆว่า “น้องม.6” ที่กำลังจะสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย ต่างมี การเลือกคณะเรียน หรือสาขาที่ตนเองฝันและอยากเข้าศึกษา แต่น้องๆบางส่วนก็ยังไม่มีคณะที่ตนเองสนใจหรืออยากจะเข้า หรือบางคนก็ยังลังเลในคณะนั้นๆอยู่ ซึ่งเป็นปัญหาเป็นอย่างมาก ทั้งตัวน้องม.6 ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมี การเลือกคณะเรียน ที่เราชอบ แต่ดันสอบไม่ได้ และได้หาที่เรียนโดยสอบเข้าคณะที่ตนเองไม่ได้อยากเรียนหรือสนใจจริงๆ

การเลือกคณะเพื่อศึกษาต่อ

เพราะเมื่อได้เข้าไปเรียนแล้ว กลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่หรือไม่สามารถเรียนได้ ก็อาจจะทำให้น้องๆเลือกการซิ่ว เพื่อไปหาคณะอื่นที่เหมาะสมกับเรามากกว่าคณะในปัจจุบัน ทำให้เสียทั้งเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ การเดินทางไปสอบต่างๆ ค่าเทอม ค่าเครื่องแบบนักศึกษา ค่าหอพัก และค่าอื่นๆอีก

เมื่อเข้าไปเรียนแล้ว กลับรู้สึกว่าไม่ชอบเรียนคณะนี้

ส่งผลเสียในด้านมหาวิทยาลัย เช่น การที่นักศึกษาได้ลาออกหรือซิวออกไปนั้น ทำให้คณะต้องมาพิจารณาถึงสาเหตุในการลาออก เพราะด้วยสาเหตุจากทางคณะหรือมหาวิทยาลัย หรือตัวของเด็กๆเอง ยิ่งถ้าหากคณะนั้นมีอัตราการลาออกหรือซิ่วจำนวนมาก ยิ่งต้องเป็นปัญหาของมหาวิทยาลัยมากด้วยเช่นกัน

การเลือกคณะเพื่อศึกษาต่อที่ จำเป็นต้องเลือกคณะที่ชอบอย่างแท้จริง

โดยเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น การเลือกคณะเรียน ที่ใช่สำหรับเราจริงๆ บางคนที่เลือกคณะหรือสาขานั้นๆ เพราะตามเพื่อน พ่อแม่บังคับ ครอบครัวอยากให้เรียนในคณะนี้ สังคมกำลังให้ความสนใจกับอาชีพในคณะนี้ เป็นต้น หรือบางคนก็เลือกคณะที่ตนเองฝันไม่ได้ อาจจะด้วยคะแนนสอบไม่ถึงหรือไม่สามารถเลือกได้ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้วางแผนในการเลือกคณะอื่นเผื่อไว้

การเลือกคณะเรียน บางคนอาจจะเลือกคณะที่ตนเองสามารถเลือกได้โดยไม่คำนึงว่าตนเองชอบจริงหรือไม่ สามารถเรียนได้หรือเปล่า หรือบางคนก็หยุดเรียนไป 1 ปี เพื่อรอสอบใหม่ในปีถัดไป น้องม.6บางคนที่ยังลังเลอยู่ ก็อาจจะเพราะว่าตอนนี้ยังไม่มีอาชีพในใจหรือใฝ่ฝันเอาไว้ ซึ่งเหตุผลอาจจะด้วยประสบการณ์หรือการพบเจออาชีพนั้นค่อนข้างน้อย ทำให้เด็กๆยังไม่มีอาชีพที่สนใจในอนาคต

การเลือกคณะ ที่ใช่นั้น มีผลต่ออาชีพ

              การเลือกคณะเรียน ที่ใช่นั้น มีผลต่ออาชีพของเราในอนาคต บวกกับเนื้อหาที่จะต้องเรียน สังคมที่จะต้องเจอ จะนำพาให้เราไปในสายอาชีพที่ใกล้เคียงกับคณะหรือสาขาที่เราเรียน

คุณจะได้ติดตาม ข่าวการศึกษาไทย ได้ที่เว็บไซต์นี้

แนะนำข่าวการศึกษาไทย บัณฑิตที่จบใหม่ กับคำถามว่า”มีงานหรือยัง?”

เทคนิคการออมเงิน ฉบับนักศึกษาที่ใช้ได้จริง

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย มันเป็นวัยที่ต้องเหนื่อย !! หนึ่งในบทเพลงที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานของพี่ ๆ วง Paradox ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะเป็นวัยรุ่นนั้นมันเหนื่อยจริง ๆ ไหนจะต้องเรียนให้ดี กิจกรรมต้องเด่น อีกทั้งยังต้องคอยจัดสรร และออมเงินไว้ใช้จ่ายในแต่ละเดือนอีก

อีกทั้งไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ยังเจอแต่ทฤษฎีวางแผนทางการเงิน รวมไปถึงการออมเงิน ที่ดูยากและไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะไม่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ชาวนักศึกษาจะต้องเจอ วันนี้พี่จึงได้รวบรวม 4 เทคนิคการออมเงิน ที่เป็นการเก็บเงินได้เป็นพันถึงหมี่นแบบใช้ได้จริง ฉบับนักศึกษามาให้กัน !!

เทคนิคการออมเงิน ให้ได้ผลดีที่สุด

แบ่งค่าใช้จ่ายแต่ละวัน

เทคนิคการออมเงิน เทคนิคแรกที่อยากแนะนำ คือ แบ่งค่าใช้จ่ายแต่ละวัน เพราะเรื่องเงินทองต้องวางแผน ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียน หรือวัยทำงานก็ตาม นั้นจึงทำให้จุดเริ่มต้นของการออมเงินที่ดีคือการแบ่งค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน

ลองลิสต์ออกมาดูว่าในหนึ่งวันน้อง ๆ ต้องใช้เงินไปกับอะไรบ้าง ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าจิปาถะ และลองนำเงินที่ได้รับในแต่ละเดือนไปแตกเป็นแบงก์ย่อย แบ่งใส่ซอง เพื่อในตอนเช้าจะได้หยิบจัดได้ง่าย ไม่เสียเวลาเตรียมตัวซ้ำ

จำกัดจำนวนมื้อ ไม่กินจุกจิก

เทคนิคการออมเงิน เทคนิคที่สองที่อยากแนะนำ คือ จำกัดจำนวนมื้อ / ไม่กินจุกจิก วัยกำลังโตพี่เข้าใจ แต่กินจุกจิกทั้งวันพี่ว่าก็ไม่ไหวนะ ค่าใช้จ่ายที่สำคัญอีกตัวหนึ่งของนักศึกษาคือ ค่าของกิน ดังนั้นหากน้อง ๆ อยากออมเงินลองจำกัดจำนวนมื้อที่กินต่อวัน และไม่กินจุกจิกดู เช่น จะกินแค่ 4 มื้อต่อวัน

เพราะกำลังเล่นเวทเพื่อสร้าง กล้ามเนื้อ อยู่ และจะไม่กินจุกจิกระหว่างวันเด็ดขาด วิธีนี้นอกจากจะได้ออมเงินเพิ่มขึ้นแล้วยังได้ของแถมคือสุขภาพดี หุ่นที่ฟิตเฟิร์มขึ้นมาอีกด้วย

หารูมเมทแชร์ค่าห้อง

เทคนิคการออมเงิน เทคนิคที่สามที่อยากแนะนำ คือ หารูมเมทแชร์ค่าห้อง ค่าใช้จ่ายที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ ค่าหอพักในกรณีที่เป็นนักศึกษาที่บ้านค่อนข้างไกลจากมหาวิทยาลัยและจำเป็นจะต้องอยู่หอ ซึ่งวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้การออมเงินของเพิ่มขึ้นคือลองหารูมเมทเพื่อแชร์ค่าห้องดูสิ

นอกจากจะได้ประหยัดจนมีเงินออมเพิ่มแล้ว ยังมีเพื่อนสนิทที่จะคอยช่วยเราในทุกเรื่องก็ได้นะ แต่ต้องขอบอกว่าควรแสกนถึงความเข้ากันได้ให้ดีล่ะ ก่อนที่จะตกลงเป็นรูมเมทกัน

ลดการเข้าสังคมด้วยปาร์ตี้

เทคนิคการออมเงิน เทคนิคที่สี่ที่อยากแนะนำ คือ ลดการเข้าสังคมด้วยปาร์ตี้ พี่เข้าใจว่าเป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย มันเลยต้องระบายออกด้วยการไปปาร์ตี้บ้าง แต่ถ้าคิดดูให้ดูการลด ละ เลิก การปาร์ตี้อาจทำให้การออมเงินของน้อง ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมากเลยนะ แอบกระซิบว่าน้อง ๆ บางคนอาจมีเงินออมเพิ่มมากขึ้นหลายพันจนถึงหมื่นเลยเชียว จากแค่ลดการปาร์ตี้ลงบ้าง

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลการศึกษา ได้ที่เว็บไซต์นี้

แนะนำข่าวการศึกษาไทย วิธีค้นหาพรสวรรค์ของเด็ก การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

บัณฑิตที่จบใหม่ กับคำถามว่า”มีงานหรือยัง?”

              จากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่จะต้องหางานทำ นักศึกษาที่จบใหม่ เราเรียกกันว่า “บัณฑิต” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งตัวบัณฑิตเอง ครอบครัว และคนรอบข้างมักจะรู้สึกภาคภูมิใจและยินดีปรีดาด้วย เพราะกว่าบัณฑิตจะเรียนจบนั้น ก็ยากลำบากอยู่พอสมควร เนื่องด้วยทั้งเนื้อหาการเรียนที่เข้มข้นและละเอียดมากกว่าในระดับมัธยมศึกษา เพราะการศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น เราจะเลือกคณะหรือสาขาวิชาที่เราสนใจที่จะนำไปประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป

นักศึกษาที่จบคือบัณฑิต

แต่ บัณฑิตที่จบใหม่ ส่วนใหญ่มักจะต้องเจอกับคำถามยอดฮิตที่ว่า “ได้งานหรือยัง?” “ทำงานอะไรหรอ?” “จะทำงานหรือเรียนต่อ?” เป็นต้น ถ้าหากบัณฑิตนั้นจบมาแล้วมีงานทำเลยก็คงที่จะดี แต่ในส่วนของบัณฑิตที่จบออกมาแล้วยังเจอทางแยกที่มากมาย ยังไม่สามารถสรุปตัวเองได้นั้น ก็คงยากที่จะตอบคำถามเหล่านั้น

บัณฑิตที่จบ

บัณฑิตที่จบ มักเจอคำถามจี้จุดที่อาจทำให้รู้สึกแย่ได้

บัณฑิตที่จบใหม่ ยังหางานไม่ได้ ก็จะมีสภาวะที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากในขณะที่บัณฑิตบางคนมีงานมีการทำแล้ว แต่ตนเองยังไม่ได้มีงานทำหรือมีรายได้เลย ก็ทำให้คิดว่าตนเองไม่มีศักยภาพ ไม่ดีพอ เรียนจบมาไม่มีคุณภาพ รู้สึกว่าตนเองแย่ ไม่มี ความสุข รู้สึกว่าทำให้ครอบครัวไม่ภาคภูมิใจเท่าที่ควร

บัณฑิตที่จบ ยังไม่มีงานทำ

ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า หรือถึงขั้นฆ่าตัวตายได้เลย ซึ่งบัณฑิตที่ไม่มีงานทำมีอาการเหล่านี้อยู่บ้าง แล้วยิ่งถ้ามีคนรอบข้างมากดดันหรือถามคำถามจี้จุดอีกก็ยังจะทำให้พวกเขารู้สึกแย่หรือรู้สึกไม่มีคุณค่ากว่าเดิมอีกด้วย

บัณฑิตที่จบ มักเจอคำถามจี้จุด

              การเป็นบัณฑิต เป็นเพียงการเริ่มต้นเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะ บัณฑิตที่จบใหม่ มันค่อนข้างที่จะลำบากหรือยากเย็นอยู่พอสมควร แต่ลองคิดดูนะว่ากว่าบัณฑิตจะผ่านชีวิตมหาวิทยาลัยได้ก็หนักหนาสาหัสอยู่พอประมาณ สิ่งเหล่านั้นในมหาวิทยาลัยจะเป็นพื้นฐานหรือประสบการณ์ที่จะทำให้เราออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงได้โดยที่เราจะต้องก้าวผ่านอุปสรรคและปัญหาไปได้ และบัณฑิตควรจะให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ ไม่ไปฟังคำคนอื่นที่ทำให้จิตใจเราย่ำแย่มากเกินไป เราจะต้องก้าวผ่านไปได้ด้วยดี

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ได้ที่เว็บไซต์นี้

แนะนำเรื่องราวการศึกษาไทยมาให้คุณได้ติดตามก่อนใคร คุณครูที่เด็กรัก เป็นแบบไหน

วิชาสุดแปลก ที่น่าสนใจ ทำให้การเรียนจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ว่าด้วยเรื่องของการเรียนหรือการศึกษาเราอาจจะมีความเบื่อบ้าง เมื่อเรานั้นเรียนแต่วิชาเดิม ๆ แต่ระดับความยากกับยากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ ทางหลาย ๆ มหาวิทยาลัย จึงมีวิชาเลือกเสรีให้เรานั้นสามารถเลือกเรียนได้แบบตามใจชอบ เพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากวิชาหลักที่มีความหนักหน่วง

วันนี้แอดอยากที่จะมา แนะนำ 3 วิชาสุดแปลก ที่บอกเลยว่าน่าสนใจสุด ๆ บอกเลยว่าเรื่องของการเรียนจะไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป

วิชาสุดแปลก

วิชาสุดแปลก เป็นอีกวิชาใหม่ๆ ที่น่าเรียนมาก

การตายอย่างสุภาพ หรือ Beautiful Death

วิชาสุดแปลก ที่บอกเลยว่าถึงจะแปลกแต่ก็มีความน่าสนใจมากในการเรียน วิชาแรกที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ การตายอย่างสุภาพ หรือ Beautiful Death เป็นวิชาที่เรานั้นได้เรียนรู้เกี่ยวกับความตาย ทั้งความหมาย ความสำคัญ ภาวะใกล้ตาย หรือความเชื่อต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงพิธีกรรม บอกเลยว่าก็เป็นอีกวิชาในการเรียนที่แปลกแต่ก็น่าเรียนอยู่เหมือนกัน

ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์ Netflix

วิชาสุดแปลก ที่บอกเลยว่าถึงจะแปลกแต่ก็มีความน่าสนใจมากในการเรียน วิชาที่สองที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์ Netflix เป็นอีกวิชาใหม่ ๆ ที่สร้างความหือฮาเป็นอย่างมาก เป็นการสอนภาษาอังกฤษในรูปแบบใหม่นั้นเอง โดยการใช้ภาพยนตร์หรือการใช้กระแสของโลกออนไลน์เข้ามาช่วย ทำให้การเรียนมีความน่าสนใจและมีความสนุกมากขึ้น

การเสียเวลาไปกับอินเทอร์เน็ต

วิชาสุดแปลก ที่บอกเลยว่าถึงจะแปลกแต่ก็มีความน่าสนใจมากในการเรียน วิชาที่สามที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ การเสียเวลาไปกับอินเทอร์เน็ต เป็นอีกวิชาที่มีชื่อแปลกแต่มีความน่าสนใจมาก ๆ เป็นวิชาที่เราจะมานั่งเล่น อินเทอร์เน็ต ผู้เรียนจะไม่มีการคุยหรือปฏิสัมพันธ์กันระหว่างห้อง แต่จะคุยกันผ่ายระบบของอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

            ทั้งหมดก็เป็น วิชาสุดแปลก ในบางส่วนที่ต้องบอกเลยว่าแปลกแต่ก็มีความน่าสนใจมาก ๆ เป็นวิชาที่เป็นทางเลือกระดับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่สอนเราในมุมมองอื่นมากขึ้น

เว็บไซต์เราได้รวบรวมข้อมูล ข่าวการศึกษา มาให้คุณได้รู้ทันต่อเหตุการณ์

ข่าวการศึกษาไทย บทเรียนนอกตำรา การเรียนรู้ที่ต้องเผชิญโลกกว้าง

Tags

การกล้าแสดงออก การขนส่ง การซิ่วอยู่บ้าน การบูลลี่ การปลูกจิตสำนึกในเด็ก การวางแผนศึกษาต่อ การวางแผนเก็บเงิน การศึกษา การสอบ การเรียน การเรียนจะไม่น่าเบื่อ การเรียนรู้ การเรียนรู้ที่ต้องเผชิญโลกกว้าง การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ การเรียนรู้แบบ New Normal การเรียนออนไลน์ การเรียนเสริมทักษะ การเลือกคณะ การเลือกคณะที่ไม่ใช่ กิจกรรมที่มีความหลากหลาย คณิตศาสตร์ในวัยอนุบาล ความคิดในเชิงบวก คอมพิวเตอร์ คุณครู คุณครูที่เด็กรัก บทเรียนนอกตำรา บัณฑิตที่จบ พ่อแม่กังวลกับลูก มีงานหรือยัง ระดับปริญญา รากฐานในวัยเด็ก วัยเรียน วิชาที่น่าสนใจ วิชาสุดแปลก วิธีค้นหาพรสวรรค์ของเด็ก ศาสตร์การเรียนกับโลจิสติกส์ ศึกษาต่อ หลักสูตร เด็กม.6 เด็กสนุกในการเรียน เทคนิคออมเงิน เทคโนโลยี แรงกดดัน โรคซึมเศร้า โลกแหล่งอนาคต