Home » ประถม

Category Archives: ประถม

เรื่องน่าวิตกกังวลใจ เด็กออทิสติก กลัวคนสวมแมสก์

มีสายโทรศัพท์ดังขึ้นตลอดเวลา สายสอบถามของเราดังขึ้นตลอดเวลา เราคิดว่าการกลับไปโรงเรียนหลังจากออกจากคุกจะเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กหลายคนสำหรับ

เพราะ เด็กออทิสติก ที่มีความต้องการพิเศษด้านการศึกษาและความพิการ (ส่ง) และเราคิดถูก กฎของโคโรนาไวรัสหมายความว่าสิ่งที่พวกเขาคุ้นเคยมีการเปลี่ยนแปลง

เด็กออทิสติก

เด็กออทิสติก ที่มีปัญหาสุขภาพจิตต้องได้รับความช่วยเหลือด้านการศึกษา

เด็กออทิสติก คนหนึ่งจะไม่ออกมาจากห้องนอน เพราะกังวลเกี่ยวกับเวลารับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนมากเกินไป เด็กหนุ่มอีกคนที่มีปัญหาสุขภาพจิตอย่างมากขาดผู้ช่วยสอนที่ไม่สามารถพบเธอได้อีกต่อไปเพราะเธอถูกฟองสบู่แตก

  ผู้เริ่มต้นใหม่ในแผนกต้อนรับซึ่งมีโรคย้ำคิดย้ำทำสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคนในแมสก์และการจับไวรัส ผมพยายามทำให้มั่นใจอธิบายความท้าทายที่โรงเรียนกำลังเผชิญและแนะนำให้ผู้ปกครองติดต่อโรงเรียนและเปิดเผยและซื่อสัตย์กับพวกเขา พวกเขากลัวว่าหากไม่พาลูกเข้าโรงเรียนเจ้าหน้าที่ดูแลจะติดต่อกลับ

เด็กออทิสติก ที่มีปัญหาสุขภาพจิต

งานของผมคือ ช่วยเด็กและเยาวชนด้วย ด้านการศึกษาสุขภาพและการดูแลสังคมและผมสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำให้ระบบของเรายืดหยุ่นและตอบสนองต่อผู้ที่ต้องการได้อย่างไร

ผมพูดกับคุณแม่สามคนที่ลูก ๆ ควรจะเริ่มเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในวันนี้ พวกเขาไม่ต้องการส่งไปเพราะต้องการสถานที่ในโรงเรียนพิเศษเพื่อรองรับความต้องการที่ซับซ้อนและมีปัญหาของ เด็กออทิสติก โดยเฉพาะ พวกเขาทั้งหมดต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการตามกระบวนการส่งศาล

สำหรับผู้ปกครองที่มีความยากลำบากในการอ่านออกเขียนได้นี่เป็นงานที่น่ากลัว แม่แต่ละคนบอกผมว่าพวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้รับการสนับสนุนที่ดีที่สุด ผมเชื่อพวกเขา แต่ผมก็รู้ด้วยว่าผมต้องมีความเป็นกลางและมีเงินจำนวน จำกัด และมีสถานที่เรียนพิเศษไม่เพียงพอแม้ว่าหน่วยงานในพื้นที่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้มามากขึ้น ผมดีใจที่ไม่ได้เป็นผู้พิพากษา

เด็กออทิสติก ต้องการคำแนะนำ

ผู้ปกครองสามารถติดต่อเราได้หลายวิธี โทรศัพท์ส่วนใหญ่อีเมลจำนวนมากหรือใช้แบบฟอร์มบนเว็บและมีข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์ของเรา เราสงสัยว่าคนรุ่นใหม่อาจชอบสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับแชทบนเว็บหรือไม่ดังนั้นวันนี้ผมจึงมาดูเรื่องนี้

การโทรติดต่อที่ยากที่สุดในวันนี้คือกับแม่ที่ลูกถูกกีดกันอย่างถาวรจากโรงเรียนและกำลังดิ้นรนเพื่อเข้าร่วมหน่วยรับส่งต่อนักเรียนที่เขาถูกส่งไปเพราะมันทำให้เขากังวลมาก แม่ของเขารู้สึกว่าความต้องการของเขายังไม่ได้รับการตอบสนองหรือเข้าใจผมขอแนะนำให้ขอการประเมินจากนักจิตวิทยาการศึกษา การโทรและอีเมลยังคงมีเข้ามามากมาย

ซึ่งสังคมต้องมีการปรับตัวเรื่องของการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า เด็กออทิสติก ก็เช่นกัน

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลการศึกษา ได้ที่เว็บไซต์นี้

การปฏิรูประบบการศึกษา ของเด็กไทยในยุคปัจจุบัน

การปฏิรูประบบการศึกษา ของเด็กไทยมีหลายระดับ จุดสำคัญของการปฏิรูป คือ การเรียนของเด็ก การสอนของครูและการผลิตครูที่มีคุณภาพ ในอดีตเรามักจะมองว่าครูเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของเด็ก แต่ในปัจจุบันเด็กเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา

ซึ่งครู อาจารย์ที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยต้องเปิดโลกกว้างให้เด็กออกไปเรียนรู้มากขึ้นแทนที่จะให้เด็กเรียนอยู่แต่ภายในห้องเรียนเท่านั้น

การปฏิรูประบบการศึกษา ที่ต้องเน้นทักษะความสามารถของเด็ก

การปฏิรูประบบการศึกษา ในปัจจุบันเด็กไทยมีเนื้อหาที่ต้องเรียนมาจากหลักสูตรที่อิงมาตรฐาน หรือที่เรียกว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ ค่อนข้างเยอะ ซึ่งหลักสูตรที่อิงมาตรฐานนี้ มีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของแต่ละกลุ่มสาระ ซึ่งเราให้ความสำคัญในรายวิชาและทักษะความสามารถย่อยๆ มากกว่าทักษะความสามารถหลักที่เด็กควรได้รับ เมื่อเด็กเรียนจบการศึกษาแล้ว ปัญหาที่พบคือ เด็กไม่สามารถทำสิ่งอื่นได้ในหลายๆ อย่างที่ควรทำได้ ทั้งที่เด็กเรียนรู้จากทุกกลุ่มสาระที่มีอยู่ในโรงเรียน

              จากการสำรวจครูและเด็กไทย พบว่า ครูมีความกังวลในเรื่องเวลาและเนื้อหาการสอนที่ค่อนข้างมาก ครูจึงใช้วิธีบอกความรู้แก่นักเรียนโดยตรง การทำเช่นนี้ เป็นวิธีการที่เด็กไม่มีความสามารถรู้จักคิด วิเคราะห์และสังเคราะห์ในแต่ละรายวิชาด้วยตนเองได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เด็กมีความวิตกกังวลในการสอบ และผลที่ตามมา คือ เด็กจะหาวิธีการทำข้อสอบด้วยตนเองให้ได้มากที่สุดโดยไม่สนใจวิธีการที่ได้มา ซึ่งนั่นอาจจะส่งผลต่อการทุจริตในการสอบของเด็กได้

การปฏิรูประบบการศึกษา ที่ครูมีความกังวล

              ทางออกใน การปฏิรูประบบการศึกษา ของเด็กไทย คือ การพัฒนาหลักสูตรจากสมรรถนะ เป็นการฝึกอบรมที่อิงสมรรถนะขั้นต้น ทำให้เกิดความสามารถหลักแก่เด็กและเป็นความสามารถที่สังเกตได้ เช่น เด็กวัยระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 มีความสามารถในการคิดคำนวณ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาที่สอง มีทักษะในการดูแลตนเองและช่วยเหลือครอบครัว การมีค่านิยมที่ดีต่อการเป็นพลเมืองที่ดี เช่น การมีวินัย ความซื่อสัตย์ รวมทั้งการสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งการสร้างสมรรถนะเหล่านี้จะสร้างขึ้นตามความสามารถและความสนใจของเด็กเป็นหลักนั่นเอง

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษา ได้ที่เว็บไซต์นี้

การเรียนภาษา ที่ 2 มีความจำเป็นและเพื่อความก้าวหน้าในงานที่คุณทำได้อย่างไร

เป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไปอยู่แล้วว่า หากคุณต้องการความก้าวหน้าในอาชีพการงาน การเรียนภาษา ที่ 2 และ 3 สำคัญมากที่จะช่วยต่อยอดให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และการเรียนภาษาที่ 2 ที่พนักงานบริษัทให้ความสนใจเรียนกันมากได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน

เนื่องจากมีบริษัทสัญชาติเหล่านี้เข้ามาประกอบธุรกิจกันมากในประเทศไทยและมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นในทุกปี จึงเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้ร่วมงานกับบริษัทข้ามชาติเหล่านั้น  แล้วความก้าวหน้าในหน้าที่การงานจะเกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าคุณได้เรียนภาษาที่ 2

การเรียนภาษา

การเรียนภาษา ที่มีข้อดีและสำคัญต่อการทำงานมาก

การสื่อสาร จำ้ป็นต้องมี การเรียนภาษา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน  หากคุณต้องการความก้าวหน้าหรือการก้าวกระโดดในงานที่ร่วมทำกับบริษัทต่างชาติ คุณควรเรียนภาษาที่ 2 เพื่อให้เจ้านายเห็นศักยภาพในตัวคุณที่สามารถสื่อสารทำความเข้าใจกับเจ้านายหรือแม้แต่ลูกค้าได้จนงานประสบผลสำเร็จ

เมื่อเจ้านายเห็นศักยภาพของคุณก็จะมอบหมายงานที่ใหญ่ขึ้นให้คุณรับผิดชอบ สร้างความเชื่อมั่นเชื่อใจในตัวคุณให้เห็นแก่สายตาของเพื่อนร่วมงานผู้บริหารและลูกค้า   แล้วรางวัลผลตอบแทนก็ตามมาไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง รายได้ และชื่อเสียง รวมทั้งความก้าวหน้าในหน้าที่การงานจากการที่คุณได้เรียนภาษาที่ 2 เพิ่มเติม

คุณบางคนอาจคิดว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความก้าวหน้าในการทำงานกับบริษัทต่างชาติที่คุณทำงานอยู่ด้วย การเรียนภาษา ที่ 2  แต่ การเรียนภาษา ที่ 2 และ 3 จะเป็นลู่ทางหรือเพิ่มโอกาสให้คุณมากขึ้นในการสมัครงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือสามารถไปทำงานในต่างประเทศได้ หากการไปทำงานในต่างประเทศเป็นความฝันของคุณ

การเรียนภาษา เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ

นอกจาก การเรียนภาษา ที่ 2 หรือ 3 เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานแล้ว  คุณควรเรียนรู้วัฒนธรรมและมารยาทการทำธุรกิจในภาษานั้นๆ ด้วย  ภาษาที่แตกต่างกันย่อมมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปด้วย เช่น มารยาทการทำงานของญี่ปุ่นคุณควรแลกนามบัตรในการเจอกันครั้งแรกเพื่อเป็นการแนะนำตัวทางธุรกิจ เป็นต้น

ติดตามข้อมูลด้านการศึกษาที่เป็นประเด็นสำคัญ ข่าวการศึกษาไทย ได้ที่เว็บไซต์นี้

การเรียนสายสาธิต เป็นการเรียนรู้ผ่านโครงการต่างๆ

การเรียนสายสาธิต คือ การเรียนแนวบูรณาการ ซึ่งจะไม่ค่อยเน้นในเรื่องของวิชาการสักเท่าไร โดยการเรียนการสอนแบบสายสาธิตนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านโครงงานต่าง ๆ เพื่อให้เด็กได้ใช้ทักษะเชาว์ปัญญาในการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ การสังเกต และลงมีปฏิบัติจริง อีกทั้งยังเป็นการฝึกให้เด็กมีความคิดที่แตกต่างหรือใช้ความรู้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ ทำให้เขาพร้อมที่จะกล้าแสดงออกความคิดเห็นของตนเองออกมา

การเรียนสายสาธิต

การเรียนสายสาธิต การเรียนรู้แบบบูรณาการ ฝึกการคิดวิเคราะห์

โดย การเรียนสายสาธิต นี้มักเน้นให้เด็กได้พูดคุยและแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ออกมา เกี่ยวกับการเรียนนั้น ๆ ก็ยิ่งทำให้นักเรียนมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น เหมือนเป็นการต่อยอดในอนาคตของพวกเขา เวลาที่เจอเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจหรือจะลงมือทำอะไรสักอย่าง พวกเขาก็จะมีขบวนการทางความคิดและวางแผนอย่างเป็นระบบ จากประสบการณ์ที่ได้ทดลองลงมือทำจริง นอกจากนี้ความคิดความอ่านก็จะมองไปไกลกว่า เหมือนกับสายสาธิตที่พวกเขาได้เรียนมานั่นเอง

การเรียนสายสาธิต การเรียนรู้แบบบูรณาการ

               ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนสาธิต นั้นถือว่ามีความนิยมเป็นอันดับ  1 เลยก็ว่าได้ เพราะด้วยแผนการเรียนการสอนที่ไม่ค่อยหนักเหมือนพวกสายวิชาการ อีกทั้งยังเป็นการเรียนแบบบูรณาการที่ทำให้เด็กได้ใช้ความคิดของตัวเอง รวมไปถึงการลงมือปฏิบัติงานต่าง ๆ จึงทำให้เด็กเกิดความเข้าใจได้ง่ายกว่าและมีความสุขกับการเรียน เพราะฉะนั้นทำให้การสอบเข้านั้นเป็นเรื่องยากมากพอสมควร และเด็กที่จะสอบเข้าสายสาธิตนี้ได้ ต้องมีความเก่งในเรื่องของ เชาว์ปัญญา การสังเกต การคิดวิเคราะห์ รวมไปถึงการฟัง ซึ่งทักษะพวกนี้ต้องใช้ในการเรียนแนวสายสาธิต ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก

การเรียนสายสาธิต ได้รับความนิยมเป็นอันดับ  1

              แต่ถ้าหากสามารถสอบเข้าโรงเรียนสายสาธิตนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายไหนก็ตาม รับรองว่าลูกของเราเขาก็จะสนุกกับการเรียนแนวนี้อย่างแน่นอน แต่เด็กบางคนก็ใช่ว่าจะเรียนได้ เพราะเขาอาจจะถนัดในด้านของวิชาการมากกว่า การใช้เชาว์ปัญญา ซึ่งการที่เราจะพาลูกของเราไปสอบ ก็ควรดูให้ออกว่าเขาเหมาะกับด้านไหนมากกว่ากัน เราจะได้สนับสนุนเขาให้ถูกทางนั่นเอง และเตรียมตัววางแผนการเรียนเผื่อที่จะไปสอบเข้าเรียน ป. 1

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลการศึกษา ได้ที่เว็บไซต์นี้

การเรียนสายคาทอลิก คืออะไร และส่งผลดีอย่างไร

การเรียนสายคาทอลิก หลายคนก็คงได้ยินชื่อมาบ้างแล้ว ซึ่ง การเรียนสายคาทอลิก นั้นคือการเรียนแนวทางด้านวิชาการ โดยเน้นในเรื่องของการอ่านออกเขียนได้เป็นหลัก และรวมไปถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ได้ออกมานั้นค่อนข้างจะเข้มงวดนิดหนึ่ง

แต่โดยรวมแล้ว หากจบจาก โรงเรียนสายคาทอลิก นี้ไป พวกเขาก็จะมีระเบียบวินัยรวมไปถึงเรื่องของเวลา ที่สามารถรับผิดชอบได้อย่างดี

การเรียนสายคาทอลิก

การเรียนสายคาทอลิก หล่อหลอมความเป็นผู้นำ และช่วยสร้างระเบียบวินัย

ซึ่ง การเรียนสายคาทอลิก ก็เหมือนเป็นการสร้างพลังในตัวเด็ก ที่ต้องได้เรียนรู้ในเรื่องของความอดทน ความยากลำบาก ความแกร่ง ที่พวกเขาต้องเจอนอกจากการเรียนในด้านวิชาการด้วย สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยหล่อหลอมลูกของเราให้เขามีความเป็นผู้นำ สุขุม รอบคอบ และเมื่อเวลาที่เจอกับปัญหาหรือเรื่องที่ทำให้เขาลำบาก เขามักจะผ่านมันได้เสมอ อีกทั้งในเรื่องของการสอนให้เด็กรู้จักนอบน้อมถ่อมตน สอนให้เป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี เมื่อพวกเขาโตขึ้นก็จะมีสิ่งนี้ติดตัวไปตลอดชีวิต

การเรียนสายคาทอลิก หล่อหลอมความเป็นผู้นำ

ถึงแม้ว่า การเรียนสายคาทอลิก ดูเหมือนจะยาก แต่เด็กที่เขาเหมาะกับทางด้านนี้ รับรองว่าไม่น่าจะมีปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน ถึงการเรียนจะค่อนข้างหนักก็ตาม แต่พวกเขาก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน ซึ่งเด็กที่เข้ามาเรียนในด้านสายคาทอลิกนี้ได้ ก็ต้องมีการสอบเข้าเหมือนกัน หากพวกเขาสามารถที่จะสอบผ่านได้ด้วยฝีมือตนเอง พวกเขาก็สามารถที่จะเรียนในด้านนี้ได้อย่างสบายเลย

การเรียนสายคาทอลิกเน้นวิชาการ

 แต่ก็มีผู้ปกครองบางคนก็อยากจะให้ลูกของตัวเองมาเรียนสายคาทอลิก แต่การที่จะเรียนด้านนี้ได้ก็ต้องมีพื้นฐานการเรียนที่ค่อนข้างดีมาก่อนอยู่แล้ว มิใช่ว่าลูกของเราไม่ถนัดในด้านของวิชาการแต่ก็อยากจะส่งให้เรียน และมักคิดว่าเด็กสามารถที่จะรับมือกับเรื่องนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมากเพราะจะทำให้เขาไม่มีความสุขกับการเรียน หากเป็นเช่นนี้รับรองว่าพวกเขาก็จะไม่มีความสุขกับการเรียนเลย เพราะเขาไม่ได้ถูกฝึกมาทางสายนี้ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในภายภาคนี้ได้  

ติดตามข้อมูลด้านการศึกษาที่เป็นประเด็นสำคัญ ข่าวการศึกษาไทย ได้ที่เว็บไซต์นี้

วิธีรับมือกับการบูลลี่ ในโรงเรียน การแก้ปัญหาการบูลลี่การโดนกลั่นแกล้ง!!

      ไม่ว่าขณะนี้คุณจะเป็นใคร นักเรียน  นักศึกษา  คนทำงาน หรือพ่อแม่ผู้ปกครอง  คงเคยได้ยินข่าวการบูลลี่ในโรงเรียนมามากมาย  หรือแม้แต่อาจเคยมีประสบการณ์เจ็บช้ำน้ำใจ

การแก้ปัญหาการบูลลี่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร  คำตอบแรกก็คือเลิกทนและเรียนรู้วิธีแก้ไขอย่างถูกต้อง           

การบูลลี่

การแก้ปัญหาการบูลลี่ ในโรงเรียน

     การบูลลี่  วิจัยมาแล้วว่าเด็กไทยโดนบูลลี่หรือถูกเพื่อนกลั่นแกล้งมากที่สุดเป็นอันดับ  2  ของโลก  ดังนั้นมาช่วยกันลดการบูลลี่ในไทยกันเถอะครับ             

     การแก้ปัญหาการบูลลี่ อันดับแรก คือ ลดความเครียด ถ้าโดนเพื่อนแกล้ง  ทำไงดี?  อันดับแรกก็คือต้องลดความเครียดและเบี่ยงเบนความคิดด้อยค่าที่รู้สึกเมื่อถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีการต่างๆ ที่ตัวเองชื่นชอบ  เช่น  ฟังเพลง  ดูหนัง  อ่านหนังสือ  ปลูกต้นไม้  ทำอาหาร  ออกกำลังกาย  หรือออกไปเที่ยว

การรักตัวเอง

     การแก้ปัญหาการบูลลี่ อันดับที่สอง คือ การรักตัวเอง ไม่ว่าเราจะเป็นใครหรือเป็นอย่างไร  เราควรรักและยอมรับในสิ่งที่เราเป็น  เราไม่ได้ทำอะไรผิด  ใครไม่รักไม่ชอบไม่ใช่ปัญหาของเรา  แต่เป็นปัญหาของเขา  ซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์มาทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับตัวเองครับ

     การแก้ปัญหาการบูลลี่ อันดับที่สาม คือ แสดงความรู้สึก การแสดงออกถึงความไม่พอใจรวมถึงสื่อสารว่ารู้สึกอย่างไรกับการโดนบูลลี่  จะทำให้ผู้ที่กลั่นแกล้งรับรู้ถึงความไม่พอใจและตระหนักในผลกระทบที่อีกฝ่ายได้รับ  มีแนวโน้มที่จะลดพฤติกรรมไม่ดีลง  ในทางกลับกันหากเอาแต่ทน  ผู้ที่กลั่นแกล้งก็จะยิ่งได้ใจและกระทำซ้ำๆ ต่อไป      

ถูกกลั่นแกล้ง

     การแก้ปัญหาการบูลลี่ อันดับที่สี่ คือ ร้องเรียน  ถูกกลั่นแกล้ง ควรร้องเรียนครูอาจารย์ที่โรงเรียนรวมถึงผู้ปกครองให้รับทราบ  เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไขอย่างตรงจุด  ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรสอนลูกให้สู้คนครับ      

     การแก้ปัญหาการบูลลี่ อันดับที่ห้า คือ การมีไอดอล ที่มีลักษณะเหมือนกันกับเรา  (ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิด  นักร้อง  นักแสดง  คนดังในสังคม)  เช่น  ผิวคล้ำเหมือนกัน  อ้วนเหมือนกัน  ฐานะทางบ้านไม่ดีเหมือนกัน  จะทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้อยู่ลำพัง  ไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งอยู่คนเดียว  รู้สึกมีค่ามากขึ้นด้วย 

     ซึ่งไอดอลที่มีลักษณะเหมือนเรา  เขาสามารถก้าวผ่านการถูกบูลลี่และมีชีวิตที่สดใสประสบความสำเร็จได้  เราก็ต้องทำให้ได้อย่างเขา

การไม่บูลลี่ต่อ

     การแก้ปัญหาการบูลลี่ อันดับที่หก คือ การไม่บูลลี่ต่อ การบูลลี่ก็เหมือนกับโดมิโน  เมื่อใครถูกกลั่นแกล้งแล้วก็มีแนวโน้มที่จะกลั่นแกล้งผู้อื่นต่อไปเป็นทอดๆ  เพื่อปลดปล่อยความคับแค้นเจ็บปวดของตน  ซึ่งมีแต่จะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลการศึกษา ได้ที่เว็บไซต์นี้

การบูลลี่ คืออะไร? มาทำความเข้าใจเพื่อลดการบูลลี่ในสังคมไทยกัน

     สังคมจะดีได้  อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข  ผู้คนต้องไม่ทำร้ายกันทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ  ดังนั้นเรามาช่วยกันหยุดการบูลลี่ในสังคมไทยกันเถอะครับ        

  • บูลลี่  คืออะไร?

      การบูลลี่  คือ  พฤติกรรมการกลั่นแกล้งข่มเหงที่ใช้ความรุนแรงด้วยคำพูดหรือการกระทำ  ซึ่งสร้างผลกระทบให้ผู้ที่ถูกกระทำเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ 

การบูลลี่

ประเภทของการบูลลี่ 

การบูลลี่ ด้วยคำพูด คือ  การใช้คำพูดที่รุนแรงทำร้ายจิตใจ  (เช่น  เย้าแหย่  ล้อเลียน  ดูถูก)  อาจเป็นการบูลลี่รูปร่างลักษณะหรือล้อเลียนรูปลักษณ์ภายนอก  เช่น  น้ำหนัก  ส่วนสูง  เชื้อชาติ  เพศ  ลักษณะภายนอกที่ไม่ตรงกับเพศสภาพ  สีผิว  ลักษณะผิวหนัง  แผลเป็น  หรือแม้แต่ความพิการ

การบูลลี่ ด้วยกำลัง คือ  การใช้กำลังทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บหรืออาจถึงแก่ชีวิต

การบูลลี่ ทางสังคม คือ  การแบ่งชนชั้นหรือกีดกันทางสังคมในสถานที่ต่างๆ  เช่น  การแบ่งแยกลูกคนรวยกับลูกคนจนในสถานศึกษา  การกดดันให้ต้องออกจากกลุ่มหรือชมรม  การโดนกลั่นแกล้งจากหัวหน้างานในที่ทำงาน      

การบูลลี่ ทางโลกโซเชียล คือ  การประจานหรือใส่ร้ายป้ายสีเพื่อให้เกิดความอับอายหรือเสื่อมเสียในโลกโซเชียล  ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในยุคนี้

ประเภทของการบูลลี่
  • สาเหตของการบูลลี่

1.  มีความบกพร่อง ความจริงก็คือผู้ที่ชอบบูลลี่หรือกลั่นแกล้งผู้อื่นก็คือผู้ที่มีความบกพร่องทางจิตใจ  เช่น  อีโก้สูงเกินไป  อาจเคยถูกบูลลี่มาก่อน  มีปมด้อยบางอย่าง  (เช่น  หน้าตาไม่ดี  ยากจน  เรียนไม่เก่ง)  จึงต้องการระบายอารมณ์กับผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่ตนเห็นว่าด้อยกว่า  อ่อนแอกว่า  หรือไม่โต้ตอบ

2.  ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่นิยมอารมณ์ขันและความบันเทิง  ดังนั้นจึงอาจ  “พลาด”  และ  “เผลอ”  บูลลี่ผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน  สร้างสีสันให้แก่วงสนทนา  รวมถึงอาจคิดเองเออเองว่าผู้ที่ถูกพาดพิงหรือถูกกลั่นแกล้งไม่รู้สึกอะไร  ดังนั้นข่าวการบูลลี่  การบูลลี่ในโรงเรียนหรือในที่ทำงาน  จึงมีให้เห็นทั่วไปจนกลายเป็นความเคยชินครับ       

สาเหตของการบูลลี่
woman feel depression and sit on the chair
  • ผลกระทบของการบูลลี่ที่ส่งผลร้ายแรง

–  การรู้สึกด้อยค่า  ไร้ความมั่นใจ  ไร้ความนับถือในตัวเองมากขึ้น

–  การมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงหรือพึ่งพายาเสพติดในการแก้ไขปัญหา

–  การมีแนวโน้มที่จะบูลลี่ผู้อื่นต่อไปเป็นทอดๆ เพื่อบรรเทาความคับแค้นใจของตน

–  การมีแนวโน้มไปสู่โรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายในที่สุด

ผลกระทบของการบูลลี่ที่ส่งผลร้ายแรง

     เพราะฉะนั้นเมื่อรู้แล้วว่าผลกระทบของ การบูลลี่ สาหัสสากรรจ์เพียงใด  เราก็ไม่ควรนำตัวเองให้เป็นผู้สร้างการบูลลี่ในสังคม  ไม่ว่าจะเป็นสังคมระดับไหนก็ตาม  รวมถึงต้องไม่ยอมให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของการถูกบูลลี่  และตระหนักในการแก้ปัญหาการบูลลี่ในสังคมให้มากขึ้นอีกด้วยครับ

ติดตามข้อมูลด้านการศึกษาที่เป็นประเด็นสำคัญ ข่าวการศึกษาไทย ได้ที่เว็บไซต์นี้

ปัญหาการศึกษา ที่มาจากความไม่เท่าเทียมกัน

โรงเรียนในตัวเมืองกับโรงเรียนบริเวณชานเมืองหรือชนบทนั้น คุณคิดว่าเหมือนกันหรือไม่? ทุกคนก็คงจะมีคำตอบอยู่ในใจกันแล้ว ซึ่งใครๆก็คงคิดว่าไม่เหมือนกันด้วยสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก จำนวนนักเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์ในการศึกษา แม้กระทั่งการเรียนการสอนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ซึ่งมันคือปัญหาในสังคมก็ว่าได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กๆ เพราะ ปัญหาการศึกษา ไม่ได้รับความเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ปิดกั้นความรู้ ความสามารถในการพัฒนาของเด็กๆได้ ทั้งนี้ความไม่เท่าเทียมทำให้เด็กๆเกิดปัญหามากมาย

ปัญหาการศึกษา

ปัญหาการศึกษา ที่ทุกคนอาจมองข้ามไป

มีแต่ความรู้

ปัญหาการศึกษา ปัญหาข้อแรก คือ มีแต่ความรู้ แต่ไม่ได้ลงมือทำ ในหลายโรงเรียนแทบชนบทหรือชานเมือง จะมีการเข้าถึงของการศึกษาที่ค่อนข้างน้อยมากๆ ทำให้อุปกรณ์หรือสิ่งที่อำนวยความสะดวกในการเรียนของเด็กๆจะมีน้อยจนถึงขั้นที่ไม่มีเลย ต่อให้เด็กมีความรู้มากแค่ไหน แต่ถ้าหากเด็กมีความรู้แต่ไม่สามารถลงมือปฏิบัติหรือนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ ความรู้ที่สั่งสมมาก็ไร้ซึ่งประโยชน์

โอกาส

ปัญหาการศึกษา ปัญหาข้อที่สอง คือ โอกาส ซึ่งเป็นสิงที่สำคัญมากๆสำหรับตัวเด็กๆ เพราะจะทำให้พวกเขามีอนาคตที่ดี แต่ว่าโรงเรียนในชนบทกลับได้รับโอกาสที่น้อยกว่าโรงเรียนในเมือง ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการสอบเข้าในมหาวิทยาลัยต่างๆ โอกาสที่จะได้รับความรู้ในอาชีพการงานในอนาคต เพื่อให้พวกเขาได้รู้ตัวตนและสิ่งที่ตนเองชอบ เป็นต้น

จำนวนคุณครูที่น้อย

ปัญหาการศึกษา ปัญหาข้อที่สาม คือ จำนวนคุณครูที่น้อย โรงเรียนในเมืองที่ทุกคนเห็นและเป็นที่รู้จัก มักจะมีจำนวนคุณครูที่มากและคุณครูในแต่ละคนก็จะมีความถนัดในแต่ละวิชา สอนในวิชาของตนเอง แต่ในส่วนของโรงเรียนในชนบทกลับแตกต่างกัน เนื่องด้วยความไกลจากในตัวเมืองทำให้คุณครูหรือผู้คน มักจะไม่เห็นหรือรู้จักกับโรงเรียนนั้น รวมไปถึงจำนวนคุณครูที่มีค่อนข้างน้อย และคุณครู 1 คนมักจะสอนในหลายๆวิชา ทำให้เด็กอาจจะเรียนรู้ได้ไม่ละเอียดมากเท่าที่ควร

ค่าใช้จ่าย

ปัญหาการศึกษา ปัญหาข้อที่สี่ คือ ค่าใช้จ่าย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเงินเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งใช่ว่าพ่อแม่ไม่อยากจะส่งลูกของตนเองไปในโรงเรียนที่ดีๆ แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงและมากมาย จึงทำให้เด็กหลายๆคนมักจะไม่มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม หรือบางคนถึงขั้นที่ไม่มีโอกาสได้เรียนเลยด้วยซ้ำ

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลการศึกษา ได้ที่เว็บไซต์นี้

เคล็ดลับการเรียนเก่ง ขั้นเทพ ทำได้ทุกคน และเห็นผลทันตา!!

     บางคนสงสัยว่าเรียนก็เรียนเหมือนกัน  แถมบางทียังขยันกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ  แต่ทำไมถึงเรียนไม่เก่งเหมือนเพื่อนบางคน  เราขอแนะนำ เคล็ดลับการเรียนเก่ง ขั้นเทพดีๆ มาบอก

เคล็ดลับการเรียนเก่ง ที่ได้ผลดีที่สุดและนำไปใช้ได้จริง

    เคล็ดลับการเรียนเก่ง ประการแรกที่อยากแนะนำ คือ เชื่อมั่นก่อน เลิกโปรแกรมตัวเองได้แล้วว่าเราเรียนไม่เก่ง  สู้เพื่อนเขาไม่ได้  ลองคิดดูละกันว่าคนเรียนไม่เก่งหลายคนหรือแม้แต่เกเร  สอบตก  สามารถกลายเป็นคนเรียนเก่งได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน  ดังนั้นหากเราพยายามเราต้องทำได้  ไม่ว่าใครก็ทำได้!

ดูแลสุขภาพ

      เคล็ดลับการเรียนเก่ง ประการที่สองที่อยากแนะนำ คือ ดูแลสุขภาพ ควรดูแลสุขภาพให้พร้อม  แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจก่อน  หากแฮปปี้กับตัวเองแล้ว  จะเรียนจะเล่นสุดฤทธิ์แค่ไหนก็พร้อมล่ะ!

กล้าแสดงออก

     เคล็ดลับการเรียนเก่ง ประการที่สามที่อยากแนะนำ คือ กล้าแสดงออก อย่ากลัวๆเคล็ดลับเรียนเก่งขั้นเทพที่ไม่ทำไม่ได้ก็คือ  การถามครูบาอาจารย์เมื่อเกิดความสงสัยหรือไม่มั่นใจในเนื้อหาวิชานั้นๆ  อย่าอายเพราะเป็นสิทธิประโยชน์ของเราเอง  เมื่อถามแล้วเพื่อนๆ ที่ไม่ (กล้า) ถามยังได้ความรู้ตามไปอีกด้วยนะ

แบบฝึกหัด

      เคล็ดลับการเรียนเก่ง ประการที่สี่ที่อยากแนะนำ คือ แบบฝึกหัด ยิ่งฝึกบ่อยๆ เป็นอีกวิธีเรียนเก่งง่ายๆ ที่หลายคนไม่รู้ก็คือการทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ ซึ่งช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจ  สร้างความมั่นใจในการเรียนและการสอบได้อีกด้วย  มีให้เลือกมากมายตามร้านหนังสือหรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการศึกษาครับ      

ย่อเนื้อหาที่สำคัญ

      เคล็ดลับการเรียนเก่ง ประการที่ห้าที่อยากแนะนำ คือ ย่อเนื้อหาที่สำคัญ ยิ่งย่อยิ่งดี สงสัยไหมว่าเพื่อนบางคนเรียนยังไงให้ได้เกรด 4  เคล็ดลับของเขาก็คือการเสียเวลาสักหน่อยในการทำโน้ตย่อเนื้อหาในวิชาที่สำคัญหรือไม่มั่นใจ  เช่น  คณิต  วิทย์  อังกฤษ  จึงไม่ต้องตะลุยอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ ซึ่งเสียเวลามาก

      แนะนำให้ทำโน้ตย่อด้วยภาษาง่ายๆ ที่เป็นตัวเอง  อาจใช้การไฮไลต์ข้อความสำคัญหรือวาดรูประบายสีให้สวยงามด้วยยิ่งดี  เสมือนเป็นคัมภีร์ที่น่าอ่านและน่าหยิบยืมเผื่อแผ่เพื่อนๆ ด้วยครับ 

ช่วยกันแชร์

      เคล็ดลับการเรียนเก่ง ประการที่หกที่อยากแนะนำ คือ ช่วยกันแชร์ วิธีเรียนเก่งง่ายๆ อีกวิธีก็คือ  เมื่ออ่านหนังสือทบทวนหรืออ่านหนังสือติวสอบ  หากอ่านคนเดียวมีแต่จะหลับหรือเลิกกลางคัน  ควรหาเพื่อนร่วมกันอ่านช่วยกันติวเป็นกลุ่มใหญ่ๆ  ผลัดกันถามผลัดกันตอบ  น่าสนุกดีครับ

จัดมุมโปรด

     เคล็ดลับการเรียนเก่ง ประการที่เจ็ดที่อยากแนะนำ คือ จัดมุมโปรด การหามุมดีๆ ในการทบทวนเนื้อหาวิชา  ทำการบ้าน  หรือทำรายงาน  สามารถสร้างสมาธิและความเพลิดเพลินได้ง่ายๆ  เช่น  สวนหลังบ้าน  สวนสาธารณะ  ห้องสมุด  หรือคาเฟ่เงียบๆ

   เคล็ดลับการเรียนเก่ง ประการที่แปดที่อยากแนะนำ คือ การให้รางวัลตัวเอง หรือติดสินบน หมายถึงติดสินบนตัวเองด้วยรางวัลเล็กๆ น้อยๆ  เช่น  เค้กสักชิ้น  เสื้อสวยๆ สักตัว  ปากกาดีๆ สักด้าม  หากขยันขึ้นหรือทำคะแนนได้ดีขึ้น  สิ่งนี้จะช่วยสร้างกำลังใจในการเปลี่ยนตัวเองให้เรียนเก่งได้ต่อไป        

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลการศึกษา ได้ที่เว็บไซต์นี้

ปัญหาด้านการเรียน ที่เรียนไม่เข้าใจ หาสาเหตุเพื่อแก้ไขให้เรียนเก่งขึ้น

      ไม่ว่าน้องๆ หนูๆ จะเรียนอยู่ในระดับชั้นใดซึ่งกำลังมี ปัญหาด้านการเรียน ที่ไม่เข้าใจ  หรือแม้แต่พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในวัยเรียน  ซึ่งกำลังสืบหาสาเหตุของการเรียนไม่เก่งในบุตรหลานอยู่  เพื่อที่จะช่วยเหลือเขา  เลิกกังวลได้แล้วเพราะเรามีคำตอบมาไขให้กระจ่างครับ

ปัญหาด้านการเรียน

สาเหตุของปัญหาด้านการเรียน หรือสาเหตุที่เรียนไม่รู้เรื่อง 

ปัญหาครอบครัว

     ปัญหาด้านการเรียน ปัญหาสำคัญประการแรกที่ส่งผลในด้านการเรียนของลูก คือ ปัญหาครอบครัว เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้นักเรียนนักศึกษาเรียนไม่เก่ง  เรียนไม่เข้าใจ  เพราะจิตใจเอาแต่จดจ่ออยู่กับปัญหาที่บ้าน  แทนที่จะเป็นการตั้งใจเรียนในสถานศึกษา  อีกทั้งยังกระทบต่อพฤติกรรมและสุขภาพจิตด้วย 

การขาดสมาธิ

     ปัญหาด้านการเรียน ปัญหาสำคัญประการที่สองที่ส่งผลในด้านการเรียนของลูก คือ การขาดสมาธิ หลายคนที่เรียนไม่เก่ง  เรียนไม่เข้าใจ  เป็นเพราะขาดสมาธิในการเรียน  จึงทำให้จดจำเนื้อหาในการเรียนไม่ครบถ้วนหรือเกิดความสับสนได้  จึงต้องหมั่นฝึกสมาธิด้วยวิธีการเหล่านี้  ได้แก่ การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม จะช่วยทำให้มีความตั้งใจในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น 

โดยอาจจะต้องพยายามไม่ทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน  เพื่อจะได้เพ่งสมาธิจดจ่อในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งนั่นเอง ฝึกอ่านหนังสืออะไรก็ได้ให้จบบทหรือจบเล่มในคราวเดียว ลแะอาจจะกินอาหารบำรุงสมองเป็นประจำ เช่น ปลาทะเลน้ำลึก นม ถั่ว ธัญพืช  ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ยึดติดบางวิชา

     ปัญหาด้านการเรียน ปัญหาสำคัญประการที่สามที่ส่งผลในด้านการเรียนของลูก คือ ยึดติดบางวิชา เชื่อว่าหลายคนมีวิชาในดวงใจ  และมีวิชาที่ไม่อยู่ในหัวใจ  รักชอบวิชาไหนก็ตั้งใจเรียนและทำคะแนนได้ดี  ส่วนวิชาไหนที่ไม่รักไม่ชอบก็พานไม่ตั้งใจเรียนเสียอย่างนั้น  ซึ่งผลกระทบของการไม่ตั้งใจเรียนในบางวิชาจึงทำให้วิชานั้นๆ ได้คะแนนไม่ดีหรือสอบตก  ส่งผลให้ยิ่งฉุดกำลังใจและความมั่นใจที่จะแก้ไขอีกด้วยครับ

ไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไม

     ปัญหาด้านการเรียน ปัญหาสำคัญประการที่สี่ที่ส่งผลในด้านการเรียนของลูก คือ ไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไม หลายคนอาจตั้งคำถามว่าจะเรียนไปทำไม?  เพราะเรียนไปก็ (อาจ) ไม่ได้ใช้ความรู้นั้นๆ เรียนไปก็ออกไปทำงานอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง  จึงเป็นเหตุผลที่ไม่อยากเรียน  ทำให้เรียนไม่เก่ง  เรียนไม่เข้าใจในที่สุด   

   ซึ่งคำตอบที่ว่าเรียนไปทำไมก็คือ  เราเรียนเพื่อขัดเกลาทักษะของตัวเองให้พร้อมเพื่อก้าวสู่สังคมการทำงานและการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ต่อไป  ไม่ว่าจะเป็นทักษะการคิดวิเคราะห์  การตัดสินใจ  การแก้ไขปัญหา  การเข้าสังคม  การเอาตัวรอด  ซึ่งล้วนมาจากเนื้อหาวิชาการที่เรียนในสถานศึกษาทั้งสิ้นครับ 

ติดตามข่าวสาร ข่าวการศึกษาไทย ได้ที่เว็บไซต์นี้

แนะนำข่าวการศึกษาไทย แนวโน้มในเรื่องของการศึกษา คิดอย่างไรกับ การศึกษาของไทยใน ปัจจุบัน

Tags

การกล้าแสดงออก การขนส่ง การซิ่วอยู่บ้าน การบูลลี่ การปลูกจิตสำนึกในเด็ก การวางแผนศึกษาต่อ การวางแผนเก็บเงิน การศึกษา การสอบ การเรียน การเรียนจะไม่น่าเบื่อ การเรียนรู้ การเรียนรู้ที่ต้องเผชิญโลกกว้าง การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ การเรียนรู้แบบ New Normal การเรียนออนไลน์ การเรียนเสริมทักษะ การเลือกคณะ การเลือกคณะที่ไม่ใช่ กิจกรรมที่มีความหลากหลาย คณิตศาสตร์ในวัยอนุบาล ความคิดในเชิงบวก คอมพิวเตอร์ คุณครู คุณครูที่เด็กรัก บทเรียนนอกตำรา บัณฑิตที่จบ พ่อแม่กังวลกับลูก มีงานหรือยัง ระดับปริญญา รากฐานในวัยเด็ก วัยเรียน วิชาที่น่าสนใจ วิชาสุดแปลก วิธีค้นหาพรสวรรค์ของเด็ก ศาสตร์การเรียนกับโลจิสติกส์ ศึกษาต่อ หลักสูตร เด็กม.6 เด็กสนุกในการเรียน เทคนิคออมเงิน เทคโนโลยี แรงกดดัน โรคซึมเศร้า โลกแหล่งอนาคต